Home arrow News arrow แพทย์เตือนใช้ลูกกลิ้งหนามรักษาสิว ระวังผิวหน้าเป็นรู-เส้นเลือดฉีกขาด
แพทย์เตือนใช้ลูกกลิ้งหนามรักษาสิว ระวังผิวหน้าเป็นรู-เส้นเลือดฉีกขาด Print E-mail
User Rating: / 2
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 10 มีนาคม 2008

        แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง เตือนเตือนภัยผู้ที่รักสวยรักงาม รักษาสิวด้วยลูกกลิ้งหนามตามคลินิกรักษาผิวทั้งหลาย ส่งผลร้ายมากกว่าผลดี ทำให้ผิวหน้าเกิดรู ทำให้เส้นเลือดฉีกขาด เกิดภาวะขาดออกซิเจน

นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง อาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม,คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เขียนถึงภัยร้ายของการรักษาสิว ด้วยเทคนิคการไถด้วยลูกกลิ้งหนาม ในบทความเรื่อง วิธีทางกายภาพที่ใช้รักษาโรคสิว ในวารสารการแพทย์ (วารสารคลินิก) สนพ.หมอชาวบ้าน ฉบับเดือน มีนาคม 2551 ว่า เทคนิคการไถด้วยลูกกลิ้งหนาม เป็นการใช้เครื่องมือที่เป็นลูกกลิ้งหนามไถผิวหนังทำให้เกิดรูเล็กมากที่ชั้นนอกสุดของผิวหนัง ทำให้ยาซึมผ่านผิวหนังได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับการทายาตามปรกติ เข็มที่แทงผิวหนังทำให้เส้นเลือดฉีกขาด จึงทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งภาวะนี้กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ให้สร้างสารเคมี (TGF, PDGF และ VEGF) มากขึ้น เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างหลอดเลือดและคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้รอยแผลเป็นสิวดูดีขึ้น

 "มีการพัฒนาใช้เทคนิคนี้ในการให้วัคซีนทางผิวหนังและการรักษาทางพันธุกรรม เนื่องจากเทคนิคนี้ไม่มีการลอกของผิวด้านบน จึงดีกว่าการลอกหน้าด้วยสารเคมีหรือการขัดผิวหน้าด้วยเลเซอร์ เทคนิคนี้ใช้รักษาแผลเป็นสิวชนิดเป็นรูเหล็กแทงน้ำแข็ง ชนิดเป็นคลื่น ชนิดเป็นหลุมรูปกล่อง ชนิดเป็นตุ่มนูน ชนิดเป็นอุโมงค์ แต่ไม่เหมาะสำหรับแผลเป็นสิวชนิดคีลอยด์ และต้องไม่ทำในขณะที่ยังมีสิวและผิวหนังอักเสบ"

 นายแพทย์ประวิตร กล่าวเตือนว่า ต้องระวังการใช้เทคนิคลูกกลิ้งหนามในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคโลหิตออกไม่หยุด โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคผิวหนังแพ้และพุพอง ผู้ที่มีประวัติแพ้เครื่องประดับ คือ แพ้โลหะนิกเกิล ผู้ที่เกิดแผลเป็นคีลอยด์ง่าย และผู้ที่เป็นโรคเริมที่ใบหน้า

 "ผู้ที่จะรับการรักษาด้วยเทคนิคการไถด้วยลูกกลิ้งหนามนั้น ผู้ป่วยต้องมีเครื่องมือนี้ส่วนตัว ไม่ควรใช้เครื่องมือร่วมกัน เพราะอาจถ่ายทอดเชื้อโรคได้ถ้าเครื่องมือไม่สะอาด เช่น เชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นฝีหนอง โรคบาดทะยัก ไวรัสตับอักเสบ วัณโรคผิวหนัง ซิฟิลิส หรือแม้กระทั่งโรคเอดส์ ห้ามใช้เทคนิคนี้ในตำแหน่งที่ผิวเป็นแผลเป็นคีลอยด์ง่าย เช่น ที่หน้าอกและ เทคนิคนี้ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น"

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ แนวหน้า วันที่ 10/3/2008

< Previous   Next >