Home arrow News arrow รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำ การป้องกันโรคที่ดีคือ การกำจัดลูกน้ำยุงลายให้เป็นหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลาย
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำ การป้องกันโรคที่ดีคือ การกำจัดลูกน้ำยุงลายให้เป็นหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลาย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 27 กุมภาพันธ์ 2008
        รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นำคณะสื่อมวลชนดูการดำเนินงานโรคไข้เลือดออกที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา โดยระบุว่าการป้องกันโรคที่ดีคือ การกำจัดลูกน้ำยุงลายให้เป็นหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลาย

        วันนี้ (26 ก.พ.51) เวลา 10.00 น ณ วัดสว่างบูรพาราม ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์เสรี หงส์หยก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังนำคณะสื่อมวลชนดูการดำเนินงานโรคไข้เลือดออก ที่บ้านมะเกลือเก่า ม.2 ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ว่า จากการรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 กุมภาพันธ์ 2551 พบว่า มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก รวมทั้งสิ้น 40 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.54 ต่อแสนประชากร ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต อำเภอที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อำเภอแรก คือ ปักธงชัย แก้งสนามนาง ด่านขุนทด ขามทะเลสอ และโนนสูง โดยพบอุบัติการณ์สูงสุด 3 อันดับแรก ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี กลุ่มอายุ 5-9 ปี และกลุ่มอายุแรกเกิด ถึง 4 ปี ตามลำดับ เป็นผู้ป่วยอายุสูงสุด 36 ปี ซึ่งพบอุบัติการณ์นั้นต่ำกว่าปีที่แล้ว 0.85 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
        สำหรับมาตรการป้องคุมโรคไข้เลือดออกจังหวัดนครราชสีมาได้จัดตั้ง วอร์รูม มีคณะกรรมการ กำหนดบทบาท หน้าที่ การณรงค์ป้องกันกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุง/ลูกน้ำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ หากพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ทีมสอบสวนโรคทุกระดับ ออกสอบสวนโรคทุกรายและมีการควบคุมการระบาด โดยพ่นเคมีรัศมี 100 เมตร รอบบ้านผู้ป่วย จำนวน 2 รอบ ห่างกัน 7-10 วัน ให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ซึ่งการดูแลรักษาผู้ป่วย ได้มีการอบรมฟื้นฟูความรู้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องมาโดยตลอด ดังนั้นจึงขอความร่วมมือชาวโคราชทุกหลังคาเรือน ร่วมกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทุกบ่ายวันศุกร์ สำหรับภาชนะกักเก็บน้ำให้ปิดฝามิดชิด หรือใส่ปลาหางนกยูงหรือทรายอะเบท ตลอดจนแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย อาทิ กระป๋อง กะลา ขยะ ยางรถยนต์เก่า ควรกำจัดทิ้งโดยการเผา หรือนำมารีไซเคิล ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์

 

ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 26 กุมภาพันธ์ 2551

< Previous   Next >