Home arrow News arrow เตือนโรคปอดบวมชนิดรุนแรงทำเด็กเสียชีวิต
เตือนโรคปอดบวมชนิดรุนแรงทำเด็กเสียชีวิต Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 18 กุมภาพันธ์ 2008

       

Image

 

        เตือนระวังโรคปอดบวมชนิดรุนแรงในเด็ก เผยเห็นเด็กไม่สบายอย่านิ่งนอนใจ แนะพ่อแม่ให้สังเกตการหายใจของลูกน้อยวัยต่ำกว่า 2 ขวบ ระบุหากลูกหายใจแรงจนคอบุ๋ม ท้องบุ๋ม หรือหายใจมีอัตราถี่สูงกว่า 40 ครั้งต่อนาที ให้รีบไปพบแพทย์ ชี้อาจเป็นโรคปอดบวมชนิดรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นพ.อนุชา เสรีจิตติมา กุมารแพทย์ หน่วยโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา กล่าวในงานสัมมนา "เสริมภูมิคุ้มกัน...ป้องกันโรคปอดบวม" ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ว่า ในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เกิดการระบาดของโรคปอดบวมในเด็กเล็กแถบภาคอีสาน ซึ่งโรคปอดบวมเกิดจากเชื้อหลายอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ เชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น ซึ่งเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคปอดบวม และปอดอักเสบรุนแรง ได้แก่ เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส โดยเชื้อนี้จะเข้าไปทำลายเนื้อปอด ทำให้ปอดทำงานผิดปกติ และปอดหยุดการทำงานในที่สุด จนเกิดภาวะหายใจล้มเหลวตามมา

 "อาการเบื้องต้นของโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบในเด็กเล็ก สามารถสังเกตได้จาก 2 ปัจจัย คือ อัตราการหายใจมากกว่า 40 ครั้งต่อนาที ในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไป หากมากกว่า 40 ครั้ง นั่นหมายความว่า เด็กอาจจะหอบ ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นโรคปอดบวมสูง อีกปัจจัยหนึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากลักษณะการหายใจ เด็กเล็กต้องใช้กล้ามเนื้อพิเศษในการช่วยหายใจ เช่น กล้ามเนื้อคอ กล้ามเนื้อท้อง ทำให้เวลาหายใจจะมีคอบุ๋ม ท้องบุ๋ม ซี่โครงยก จมูกบาน เป็นต้น รวมทั้งเด็กเล็กที่หายใจแล้วมีเสียงดัง หรือเสียงหวีด ให้รีบนำเด็กไปพบแพทย์ทันที" นพ.อนุชา กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคปอดบวมดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะการศึกษาดีขึ้น ตลอดจนการเข้าถึงสื่อก็มีมากขึ้น รวมทั้งโรงพยาบาลก็เผยแพร่ข้อมูลความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับโรคปอดบวมอย่างต่อเนื่อง ทำให้พ่อแม่ตื่นตัวและพาลูกมาพบแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่ลูกมีอาการผิดปกติ ทำให้อัตราเสี่ยงที่เด็กเล็กจะเสียชีวิตหรือพิการลดลง

 กุมารแพทย์ รพ.มหาราช กล่าวว่า แม้ว่าโรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคัส จะเป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่ก็มีวิธีป้องกันในเบื้องต้นอย่างง่ายๆ ได้แก่ ให้ทารกกินนมแม่ เพราะในนมแม่มีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ฝึกให้ลูกน้อยล้างมือเป็นกิจวัตร รวมทั้งเวลาสัมผัสลูก พ่อแม่ต้องล้างมือให้สะอาด หากพ่อแม่เป็นหวัดให้ใส่หน้ากากปิดปากเพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่ลูก การสร้างสุขอนามัยที่ดีให้เกิดขึ้นในบ้าน รวมทั้งหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และในปัจจุบันมีวัคซีนไอพีดีสำหรับเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ซึ่งสามารถป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสที่ก่อให้เกิดกลุ่มโรคไอพีดี (โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้อในกระแสเลือด) รวมทั้งโรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัสได้ด้วย

 "สำหรับการฉีดวัคซีนไอพีดี ขณะนี้ในประเทศไทยยังไม่ได้มีการบรรจุวัคซีนไอพีดีเข้าเป็นวัคซีนพื้นฐานที่ฉีดให้แก่เด็กทุกคน ดังนั้น พ่อแม่ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการฉีดวัคซีนให้ลูกน้อย ซึ่งการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ การฉีดให้แก่เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง รวมถึงเด็กเล็กที่พ่อแม่ต้องนำไปฝากไว้ที่เนิร์สเซอรี่ ซึ่งเป็นแหล่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ" นพ.อนุชา กล่าวทิ้งท้าย

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Last Updated ( จันทร์, 18 กุมภาพันธ์ 2008 )
< Previous   Next >