Home arrow News arrow ผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก สูงสุด
ผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก สูงสุด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 15 กุมภาพันธ์ 2008

        นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ว่า ล่าสุดพบผู้ป่วย 2 รายในกรุงเทพมหานคร และจากการเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว โดยผลการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สอดคล้องกับข้อมูลของการระบาดของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ว่ามีการระบาดของโรคจริงและมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจากข้อมูลสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข พบว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2550 มีตัวอย่างจากผู้ป่วยส่งตรวจสูงขึ้นจากเดิม 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับจำนวนตัวอย่างใน 6 เดือนแรกของปี 2550 และสูงสุดในรอบ 10 ปี

        จำนวนตัวอย่างจากผู้ป่วยส่งตรวจทั่วประเทศปี 2550 ทั้งหมด 2,533 ราย โดยพบเชื้อไวรัสคอกซากี เอ 16 (coxsackie A 16) เป็นสาเหตุการระบาดเป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการรุนแรง ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่พบเชื้อไวรัสเอนเตอโร 71 (enteroviruses 71) ที่อาจรุนแรงถึงเสียชีวิต ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะติดตามสถานการณ์การระบาดและเฝ้าระวังเชื้อที่เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคโดยจะประสานงานกับกรมควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด

การระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในประเทศไทย แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเปิดเรียน

วิธีป้องกันและควบคุมโรคที่ได้ผลดี คือ ต้องรักษาสุขอนามัย ความสะอาดในการกินอยู่ หมั่นล้างมือให้สะอาด ใช้ช้อนกลาง และหลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกันแบบแออัด เพราะเป็นสาเหตุของการติดต่อและแพร่กระจายของโรคได้อย่างรวดเร็ว จึงขอฝากถึงครูและผู้ปกครองหากพบเด็กป่วยต้องแยกตัวให้อยู่กับบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด แต่หากเกิดการระบาดในเด็กจำนวนมากต้องใช้มาตรการปิดโรงเรียนชั่วคราว แล้วทำความสะอาดบริเวณที่คาดว่าจะมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของสารคลอรีนหรือไอโอดีนจึงจะทำลายเชื้อชนิดนี้

ทั้งนี้ โรคมือ เท้า ปาก มักพบในกลุ่มทารกและเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี สำหรับอาการของโรคดังกล่าว ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มเล็ก ๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง หายเองได้

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

< Previous   Next >