Home arrow News arrow ทางเลือกใหม่ ในการรักษาไข้หวัดนก
ทางเลือกใหม่ ในการรักษาไข้หวัดนก Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 14 กุมภาพันธ์ 2008

        จากการเกิดการระบาดของไข้หวัดนกโดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซับไทป์เอชห้าเอ็นหนึ่ง (H5N1) ในสัตว์ปีกในฮ่องกง ในปี พ.ศ.2540 ในเวลาต่อมาโรคไข้หวัดนกได้ระบาดเข้าไปในประเทศต่างๆ อีกมากกว่า 30 ประเทศ คือทั้งในเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางประเทศในเอเชียกลาง ยุโรป และแอฟริกา เป็นเหตุให้สัตว์ปีกต้องล้มตายเป็นจำนวนนับหลายล้านตัว ทั้งจากตายเพราะโรคและตายเพราะถูกฆ่าเพื่อยับยั้งและควบคุมการระบาดของโรค รวมทั้งทำให้มีคนติดโรคไข้หวัดนกจากสัตว์ปีกและเสียชีวิตไปแล้วหลายร้อยคน

        คนที่ติดเชื้อซับไทป์เอชห้าเอ็นหนึ่งมีอัตราตายที่สูงกว่าไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อซับไทป์อื่นๆ ที่เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ของคนที่มีอยู่เดิมมาก จึงทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าอาจมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ก่อโรครุนแรงทั่วโลก โดยการติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้คนล้มตายนับหลายๆ ล้านคนดังที่เกิดขึ้นในอดีตมาแล้วหลายครั้ง สาเหตุที่ทำให้หวั่นวิตกมากก็เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดนก ที่สามารถป้องกันข้ามสายพันธุ์หรือข้ามซับไทป์อย่างมีประสิทธิภาพ วัคซีนที่มีในปัจจุบันป้องกันได้เฉพาะสายพันธุ์หรือซับไทป์ที่ใช้เตรียมวัคซีนและเป็นไวรัสที่เคยมีระบาดและยังมีผู้ติดเชื้อนั้นๆ อยู่เท่านั้น

นอกจากนี้วัคซีนยังอาจมีไม่พอตามความต้องการในกรณีเกิดมีการระบาดขนาดใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งยารักษาโรคไข้หวัดใหญ่ที่ยังมีประสิทธิภาพก็มีอยู่เพียงกลุ่มเดียว และมีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกจะดื้อยากลุ่มนี้ การพัฒนายาต้านไวรัสตัวใหม่และการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ต้องใช้เวลานานนับปี

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กลุ่มวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศาสตราจารย์ ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา จึงได้พัฒนาภูมิคุ้มกันชนิดสารน้ำที่เรียกว่าแอนติบอดีของคน ชนิดโมโนโคลนาล สำหรับรักษาโรคไข้หวัดนก ในกรณีที่คนได้รับเชื้อทั้งที่ยังไม่มีอาการ (disease intervention) และภายหลังมีอาการป่วยแล้ว (immunotherapy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเชื้อดื้อยาหรือไม่มียาต้านไวรัส หรือใช้ร่วมกับยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

แอนติบอดีเหล่านี้เป็นแอนติบอดีที่เป็นโมเลกุลของคน ทั้งโมเลกุลซึ่งผลิตโดยใช้เทคนิคฟาจดิสเพลย์ (phage display) ไม่ต้องฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่ทำโดยการนำส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก หรือโปรตีนของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกแต่ละชนิด ไปคัดเลือก อนุภาคของฟาจ (ไวรัสของเชื้อแบคทีเรีย) จากคลังของฟาจ (phage library) ที่ทางกลุ่มวิจัยได้สอดใส่ยีนที่ควบคุมการสร้างแอนติบอดีของคนเอาไว้ และฟาจเหล่านี้มีแอนติบอดีของคนปรากฏอยู่บนผิวของฟาจแต่ละอนุภาคด้วย (เป็นการจำลองเซลล์ลิมโฟซัยท์ชนิดบีของระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดในร่างกายของคนออกมาอยู่นอกร่างกายในหลอดทดลอง)

โดยฟาจแต่ละอนุภาคเปรียบเสมือนเซลล์ ลิมโฟซัยท์ชนิดบีหนึ่งเซลล์ เมื่อฟาจอนุภาคใดจับกับส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ย่อม แสดงว่าฟาจอนุภาคนั้นมีแอนติบอดีจำเพาะต่อส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกอยู่บนผิว และมียีนที่ควบคุมการผลิตแอนติบอดีจำเพาะนั้นด้วย และสามารถนำอนุภาคของฟาจที่เลือกได้ไปใส่เข้าในแบคทีเรีย

ดังนั้นเมื่อเลี้ยงให้แบคทีเรียที่ติดเชื้อฟาจเจริญเติบโตในอาหารเพาะเลี้ยง แบคทีเรียก็จะผลิตแอนติบอดีจำเพาะนั้นออกมาโดยใช้เวลาเพียงข้ามคืน ซึ่งสามารถแยกเก็บแอนติบอดีจำเพาะต่อไวรัสไข้หวัดนกออกมาจากโปรตีนอื่นๆ ของแบคทีเรียได้ สามารถเตรียมได้มากเท่าที่ต้องการในเวลารวดเร็ว เพราะไม่ต้องรอเวลากระตุ้นภูมิคุ้มกัน

แอนติบอดีที่ทีมวิจัยผลิตได้ สามารถผ่านการทดลองใช้รักษาโรคไข้หวัดนกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีศักยภาพที่จะใช้รักษาในกรณีเกิดการระบาดขนาดใหญ่และมียาต้านไวรัสไม่เพียงพอ หรือเมื่อยาที่ใช้รักษาผู้ป่วย ไม่สามารถฆ่าไวรัสได้ทันการ หรือเมื่อไวรัสดื้อยา รวมทั้งไม่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ดังที่เคยเกิดเมื่อใช้แอนติบอดีที่ผลิตจากสัตว์ เช่น ม้า

ทั้งนี้เพราะแอนติบอดีที่ทีมวิจัยผลิตเป็นโมเลกุลของคนทั้งหมด ผลงานวิจัยและประดิษฐ์คิดค้นนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากศูนย์ พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ในส่วนของการสร้างฟาจดิสเพลย์แอนติบอดี ไลบรารี โดยฟาจดิสเพลย์แอนติบอดี ไลบรารีดังกล่าวผลิตจากเม็ดเลือดขาวของผู้บริจาคเลือดที่เป็นคนไทย เป็นผลงานที่ทำในประเทศไทยทั้งหมด โดยทีมวิจัยของ ศ.ดร. วันเพ็ญ ชัยคำภา จึงเป็น ผลงานทรัพย์สิน ทางปัญญาของคนไทยโดยสมบูรณ์

หน่วยงานใดหรือภาคเอกชนใดที่สนใจ นำสิ่งประดิษฐ์คิดค้นนี้ไปผลิตเป็นเชิงพาณิชย์ สามารถติดต่อ ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ได้ที่ ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

< Previous   Next >