Home arrow News arrow จุฬาฯพบวิธีพัฒนาวัคซีน รักษา"โรคหมาบ้า"สำเร็จ
จุฬาฯพบวิธีพัฒนาวัคซีน รักษา"โรคหมาบ้า"สำเร็จ Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 13 กุมภาพันธ์ 2008

       

Image

 

        ศูนย์วิจัยปฏิบัติการทางสมอง จุฬาฯ พบวิธีพัฒนาวัคซีนรักษา “โรคหมาบ้า” ช่วยผู้ป่วยระยะอาการกำเริบรอดชีวิต จากเดิมที่อัตราตาย 100%
        ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าหน่วยศูนย์วิจัยปฏิบัติการทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในช่วงการเกิดภาวะโลกร้อนทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงและเตรียมรับมือต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะโรคที่มากับปัญหาโลกร้อน ซึ่งวิธีการควบคุมโรคแค่วัคซีนเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้ โรคพิษสุนัขบ้าเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เพราะแม้ว่าประเทศไทยจะมีวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าใช้มาถึง 15 ปีแล้ว แต่กลับไม่สามารถควบคุมโรคได้

        โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากลับพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2550 นี้ มีรายงานการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับผู้ป่วยถึง 5 แสนราย จากเดิมที่เคยมีการฉีดเพียงปีละ 1-1.5 แสนราย และในปี 2551 นี้ผ่านมาเพียงเดือนกว่าเท่านั้น ได้มีการรายงานผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้วถึง 4 ราย ขณะที่ตลอดทั้งปี 2550 มีรายงานผู้เสียชีวิต 20 ราย

        ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า ผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากการรับวัคซีนไม่ทันเวลา ซึ่งต้องได้รับภายหลังจากที่เพิ่งรับเชื้อในระยะแรก หากปล่อยจนกระทั่งเกิดอาการกำเริบจะมีอัตราเสียชีวิต 100% อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางศูนย์วิจัยปฏิบัติการทางสมอง ได้รับการสนับสนุนทุนการวิจัยจากไบโอเทค ได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จากวัคซีนตัวเดิมที่ใช้มา 15 ปีแล้ว

        โดยสามารถนำเชื้อไมโครอาร์เอ็นเอใส่เข้าไปในวัคซีน เพื่อช่วยในการยับยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าในร่างกาย ซึ่งการทดลองในห้องปฏิบัติการนั้น เรียกว่าสำเร็จในขั้นเซลล์เพาะเลี้ยงแล้ว ภายหลังจากที่ได้ใช้เวลาในการวิจัยนานถึง 4 ปี และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดลองในสัตว์ เชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน หากสำเร็จจะนำไปสู่การรักษาเพื่อช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น

        “ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบศึกษาว่าจะฉีดเข้าทางไหนในสัตว์ทดลอง ซึ่งหากได้ผลดีที่ดีไม่เพียงแต่จะใช้ในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาปรับใช้ในการช่วยรักษาผู้ป่วยในโรคอื่นๆ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้มีโอกาสในการรักษาเพิ่มมากขึ้น” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Last Updated ( พุธ, 13 กุมภาพันธ์ 2008 )
< Previous   Next >