Home arrow News arrow เตือนภัยใช้ซ้ำขวดน้ำพลาสติก เสี่ยงอันตรายปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย
เตือนภัยใช้ซ้ำขวดน้ำพลาสติก เสี่ยงอันตรายปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย Print E-mail
User Rating: / 1
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 01 กุมภาพันธ์ 2008

       

Image

 

        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนเลี่ยงนำขวดน้ำพลาสติกมาใช้ซ้ำ เสี่ยงอันตรายจากการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย แนะหากจำเป็นต้องใช้ ควรมีการทำความสะอาดที่ถูกวิธี และหมั่นสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ไม่ควรนำมาใช้ เน้นย้ำให้ประชาชนดื่มน้ำสะอาดเท่านั้น เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อตามมา

 นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การนำขวดพลาสติกมาใช้ซ้ำ บางครั้งไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดที่ถูกวิธี โดยเฉพาะบริเวณปากขวดและฝาขวดที่เกิดจากการใช้ที่ไม่ถูกลักษณะ ทำให้ขวดน้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ที่มักพบมากในน้ำบรรจุขวดพลาสติกที่มีการเติมน้ำซ้ำๆ กันหลายครั้ง

 "กรมอนามัยได้ตรวจสอบจำนวน 92 ตัวอย่าง พบมีการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย จำนวน 59 ตัวอย่าง นับเป็นอันตรายที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะสารเคมีที่เป็นอันตรายจากพลาสติก เพราะการขัดถูเพื่อล้างทำความสะอาดขวดน้ำ อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดหรือการบุบชำรุดของขวดที่เกิดจากการนำมาใช้ซ้ำ หรือหากขวดน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนหรือได้รับแสงแดด อาจทำให้สารเคมีจากขวดพลาสติกปนเปื้อนลงในน้ำที่อยู่ในขวดได้

 แต่ในกรณีจำเป็นต้องนำขวดพลาสติกเก่ามาใช้ ก็ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึ งและต้องสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ก็ไม่ควรนำมาใช้ หรือหากเป็นขวดที่มีการปนเปื้อนดิน ก็ควรหลีกเลี่ยงในการนำมาใช้ซ้ำเช่นกัน"

 นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอีกประการหนึ่ง คือ ความสะอาดปลอดภัยของน้ำดื่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนน้ำสะอาด ก่อนนำมาดื่มควรต้มให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที เก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ส่วนการนำน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำผิวดินอื่นๆ มาใช้โดยตรง ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำและฆ่าเชื้อโรคก่อน

 "การปรับปรุงคุณภาพและฆ่าเชื้อโรค สามารถทำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ คือ การแกว่งสารส้มชนิดก้อนในน้ำ และให้สังเกตตะกอนน้ำ หากเริ่มจับตัวให้นำสารส้มออก ตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน แล้วฆ่าเชื้อโรคโดยให้หยดทิพย์ ว101 ของกรมอนามัย ซึ่งเป็นสารละลายคลอรีนชนิดเจือจาง 2% จำนวน 1 หยด ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือเติมผงปูนคลอลีนตามปริมาณที่กำหนด จากนั้นปล่อยให้มีระยะเวลาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำไปใช้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำ และไม่ก่อให้เกิดโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อตามมาได้" อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ แนวหน้า วันที่ 1/2/2008

Last Updated ( ศุกร์, 01 กุมภาพันธ์ 2008 )
< Previous   Next >