Home arrow News arrow นักวิจัยโสมขาวทดลองสำเร็จ ให้วัคซีนแบบหยอดแทนฉีด
นักวิจัยโสมขาวทดลองสำเร็จ ให้วัคซีนแบบหยอดแทนฉีด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 30 มกราคม 2008

        วอชิงตัน - นักวิจัยเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จ ทดลองการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบใหม่ ใช้วิธีหยอดใต้ลิ้นแทนการฉีด อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้กลัวเข็มฉีดยา และรู้สึกไม่สบายใจกับวิธีการสูดดม

คณะนักวิจัยเกาหลีใต้ ภายใต้การนำของดอกเตอร์มิ นา ควอน จากสถาบันวัคซีนระหว่างประเทศ ในกรุงโซล เปิดเผยผ่านทางเวบไซต์เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ว่าทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการทดลองกับหนู ถึงการให้วัคซีนแบบหยอดใต้ลิ้น แทนวิธีการฉีด โดยวัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

คณะวิจัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ สวีเดน และคูเวต ตั้งเป้าที่จะนำวิธีนี้ไปใช้ทดลองกับคนเป็นขั้นต่อไป เพื่อดูว่าการให้วัคซีนแบบหยอดใต้ลิ้น จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในคนด้วยหรือไม่

ผลการศึกษาพบว่า การหยอดวัคซีนเหลวราว 2-3 หยดไว้บริเวณใต้ลิ้น จะทำให้วัคซีนเข้าถึงโดยตรงต่อเยื่อโพรงจมูก และทำให้เกิดการตอบสนองทั้งในเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเองด้วย

ทั้งนี้ บรรดานักวิจัยต่างๆ ได้ทำการศึกษาถึงวิธีการให้วัคซีนแบบอื่นๆ ที่ดีกว่าวิธีฉีดในปัจจุบันมานานแล้ว โดยวิธีที่ทำการศึกษาไล่ตั้งแต่การให้ทางปากไปจนถึงการสูดดมเข้าไป แต่ยังไม่มีวิธีใดที่ประสบความสำเร็จ

ด้านดอกเตอร์เซวิล เซอร์คินสกี้ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ของสถาบันข้างต้น ระบุว่า การศึกษาดังกล่าว เป็นการทดสอบขั้นพื้นฐานก่อนที่จะดำเนินการทดสอบในคน เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับการให้วัคซีนโดยไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา ซึ่งนอกจากจะสะดวกสบายกว่าแล้ว วิธีการหยอดยังทำให้ตัวยาแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายได้กว้างกว่าวิธีการฉีด หรือสูดดม ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

"หากงานวิจัยชิ้นนี้ ประสบความสำเร็จในการทดลองกับคน ก็อาจเป็นการถางทางสำหรับการพัฒนาวัคซีนรุ่นต่อไป ที่สามารถนำมาใช้ เพื่อการให้วัคซีนเป็นวงกว้างในโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ รวมถึง การแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในคน" ดอกเตอร์เซอร์คินสกี้ กล่าว

วันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่แห่งศูนย์ไข้หวัดนกของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดนกในประเทศได้เพิ่มขึ้นถึง 100 คนแล้ว หลังในช่วงสุดสัปดาห์มีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 เพิ่มอีก 2 ราย เป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ จากเขตดีป็อก ในจังหวัดชวาตะวันตก และหญิงวัย 23 ปี จากเขตเบกาสี ในจังหวัดเดียวกัน

 

ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2551

< Previous   Next >