Home arrow News arrow รายงานพิเศษ "นักวิชาการ เสนอแนะทั่วโลกเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์อื่นที่ไม่ก่อโรครุนแรง"
รายงานพิเศษ "นักวิชาการ เสนอแนะทั่วโลกเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์อื่นที่ไม่ก่อโรครุนแรง" Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 29 มกราคม 2008
นักวิชาการ เสนอแนะทั่วโลกเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์อื่นที่ไม่ก่อโรครุนแรง แต่เกิดการระบาดหนักกว่าเชื้อไข้หวัดนก H5N1

        การประชุมวิชาการนานาชาติด้านไข้หวัดนกปี 2551 ที่ผ่านมา ที่มีนักวิชาการกว่า 40 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมระดมสมองหาแนวทางป้องกันเชื้อไข้หวัดนก โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพหลักการจัดประชุมครั้งนี้ขึ้น โดย ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากูล นายกสมาคมไวรัสวิทยา กล่าวว่า ปัญหาเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 กำลังเป็นปัญหาที่ทั่วโลกต่างเฝ้าระวังไม่ให้เชื้อเกิดการกลายพันธุ์ ด้วยเหตุที่ก่อโรครุนแรง แต่ในทางเดียวกันควรหันมาเฝ้าระวังสายพันธุ์ H9N2 และ H7N7 ที่ไม่ก่อโรครุนแรง แต่หากเชื้อกลายพันธุ์ก็มีโอกาสแพร่กระจายสูงกว่าเชื้อไข้หวัดนก H5N1 และอาจติดจากคนสู่คนโดยไม่รู้ตัว แต่ยังนับว่าเป็นเรื่องดีที่การตรวจเบื้องต้นประเทศไทยยังไม่พบเชื้อดังกล่าว พบเพียงเชื้อ H5N1 เท่านั้น แต่ก็ต้องมีการเฝ้าระวังด้วย
“การเฝ้าระวังคงต้องเฝ้าระวังไวรัสไข้หวัดนกทุกแบบ ไม่เฉพาะที่ก่อโรครุนแรง ตัวที่อันตรายมีอีกหลายตัว H5 อาจมีความเสี่ยงในการเกิดแพนีมิกไม่สูงเท่าตัวอื่นที่ก่อโรครุนแรงต่ำกว่า เช่น H9N2 ติดเชื้อในคนไม่ก่อโรครุนแรง เรารู้ได้ไงว่ามีคนเดินไปเดินมาแล้วติดเชื้อจากเป็ดไก่ด้วยไวรัสตัวนี้ อาจมีการติดเชื้อจากคนไปคนไปเรื่อยๆ โดยเราไม่รู้ เพราะอาการไม่รู้ เป็นหวัดธรรมดา การเฝ้าระวังแบบนี้ทำได้ยากกว่ามาก เพราะเราไม่เห็นโรคคงต้องเฝ้าระวังเชื้อที่มีความรุนแรงต่ำ”
        แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดนกได้สำเร็จ และหากมีการระบาดครั้งใหญ่ขึ้น ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิไข้หวัดใหญ่ประเทศไทย บอกว่า กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการดำเนินการรองรับอยู่แล้ว โดยนำเข้าวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนในต่างประเทศมาใช้ได้ โดยไม่ต้องรอขึ้นทะเบียนในประเทศไทย พร้อมสามารถยื่นรายงานการวิจัยที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อให้เกิดการรองรับกรณีมีการระบาดครั้งใหญ่
“ระเบียบของ อย.ไทยมีอยู่แล้ว เรามี Fast Track ที่จะทำอยู่แล้ว ถ้ามีความต้องการทางการระบาดและประเทศผู้ผลิตได้จดทะเบียนทางการจำหน่ายแล้ว เรียกว่า Free sale certificate ยื่นเข้า Fast track ได้ เพราะมันเป็นความเร่งด่วนที่ต้องสกัดการระบาด สมมติว่าออสเตรเลียเป็นคนทำและจดแล้วและหากมีความเร่งด่วนในประเทศไทยเข้าตรงนี้ได้ ตอนนี้มีหลายบริษัททำอยู่เป็นของเบลเยียม ออสเตรีย”
อย่างไรก็ตาม ประเทศในกลุ่มเอเชีย ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อเชื้อไข้หวัดนกต้องระวังและเตรียมการใช้วัคซีนกรณีเกิดการระบาดฉุกเฉิน 

 

ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 29 มกราคม 2551

< Previous   Next >