Home arrow News arrow วัคซีนอัลแวค-เอดส์แวกซ์ ฟันธงผลทดลองผู้ป่วยปี"52
วัคซีนอัลแวค-เอดส์แวกซ์ ฟันธงผลทดลองผู้ป่วยปี"52 Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 28 มกราคม 2008

       

Image

 

         นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการวิจัยวัคซีนทดลองของประเทศไทย เพื่อดูประสิทธิผลของวัคซีนต่อการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนนำมาใช้จริง โดยการทดลองได้ใช้วัคซีนสังเคราะห์มีคุณสมบัติเดียวกันกับสารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวี 2 ชนิด คือ วัคซีนอัลแวค เอชไอวีวัคซีน (ALVAC-HIV) ของบริษัท ซาโนฟี ปาสเตอร์ ทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันในเซลล์เม็ดเลือด ขาว และวัคซีนเอดส์แวกซ์ (AIDSVAX) ของบริษัท แวกซ์เจน ทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันในน้ำเลือด ว่า ขณะนี้ขั้นตอนของการทดลองในระยะที่ 3 อยู่ระหว่างการติดตามประเมินผล จากการฉีดวัคซีนทดลองให้อาสาสมัครชาย หญิง ใน จ.ชลบุรี และระยอง จำนวน 16,402 คน ครบ 4 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน เสร็จสิ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2549 และติดตามผลเป็นเวลา 3 ปี แปลผลปี 2552

        นพ.ปราชญ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีอาสาสมัครฉีดวัคซีนครบถ้วนจำนวน 13,978 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 97 ได้รับการตรวจเลือดติดตามผลครบ 1 ปี เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2550 และอีกร้อยละ 82 ได้รับการติดตามผลตามกำหนด1 ปีครึ่งมีอาสาสมัครได้รับการติดตามผลครบ 3 ปี แล้วถึง 3,092 คน คาดว่าจะมาครบกำหนดติดตามผล 3 ปี ทั้งหมดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2552 โครงการของไทยก้าวมาไกลที่สุดในโลกที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเฝ้าคอยผล เพราะยังไม่พบรายใดที่บ่งบอกว่าป่วยหรือเสียชีวิตจากวัคซีน

        นพ.ศุภชัย ฤกษ์งาม ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลองในระยะที่ 3 กล่าวว่า คณะกรรมการได้ติดตามผลหลังฉีดวัคซีนพบว่าไม่แตกต่างจากการฉีดวัคซีนทั่วไป เช่น มีอาการปวดบวมแดงหลังฉีด ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ที่รับการฉีด มีข้อสรุปว่าไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัยต่อวัคซีนรวมทั้งกระบวนการวิจัย ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ก้าวมาถึงขั้นตอนนี้ ซึ่งจะให้คำตอบโลก 2 ประการ ว่า วัคซีนสามารถทำให้การติดเชื้อโรคเอดส์ลดลงได้ร้อยละ 50 หรือไม่ และหลังได้รับวัคซีนไปแล้ว หากเกิดการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีจากพฤติกรรมเสี่ยง โรคจะก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้ช้ากว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือไม่ โดยทั่วไปอัตราการติดเชื้อเอชไอวีในพื้นที่วิจัยพบได้ 4 คนในประชากร 1,000 คน ในรอบ 1 ปี ซึ่งผลการศึกษาหากได้ผลเป็นไปตามเป้าหมาย จะเข้าสู่ขั้นตอนของการผลิตวัคซีน

 

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2551

Last Updated ( จันทร์, 28 มกราคม 2008 )
< Previous   Next >