Home arrow News arrow สหรัฐมั่นใจหยุดไวรัสหวัดนก พบเทคนิคใหม่ผลิตวัคซีนเพิ่ม
สหรัฐมั่นใจหยุดไวรัสหวัดนก พบเทคนิคใหม่ผลิตวัคซีนเพิ่ม Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 24 มกราคม 2008

       

Image

 

        นักวิจัยสหรัฐมั่นใจหยุดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในคนได้ทันเวลา หากเชื้อกระโดดข้ามสายพันธุ์เป็นไข้หวัดใหญ่ลามทั่วโลกอย่างที่เคยหวั่นเกรง หลังพัฒนาวัคซีนสูตรใหม่ลดปริมาณสารเคมีลง ช่วยเพิ่มปริมาณวัคซีนสำรองหลายเท่าตัว

สี่ปีหลังจากเกิดเชื้อไข้หวัดนกระบาดในสัตว์ปีกและมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส ศ.อัลเบิร์ต ดี เอ็ม อี ออสเตอร์เฮาส์ จากศูนย์วิจัยทางการแพทย์อีรามุส เนเธอร์แลนด์ ผู้ค้นพบการติดเชื้อไวรัสเอช 5 เอ็น 1 ในมนุษย์ มีข่าวดีมาบอกในการประชุมนานาชาติไข้หวัดนก ครั้งที่ 1 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

"นักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดนกได้สำเร็จ และเพียงพอต่อการแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยทั่วโลก " ศ.ออสเตอร์เฮาส์ กล่าว

ปัจจุบัน ทั่วโลกมีกำลังการผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ 400 ล้านโด๊ส จำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพอหากเกิดการระบาดครั้งใหญ่ จำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตวัคซีนให้มากขึ้น

ลุ้นเพิ่มวัคซีนสำรอง1,600 ล้านโด๊ส

ต่อมา นักวิทยาศาสตร์พัฒนาเทคนิคกระตุ้นภูมิคุ้มกันในการผลิตวัคซีน โดยใช้สารเคมี แอดจูแวนท์ (Adjuvant) ซึ่งช่วยลดขนาดของวัคซีนลงได้ 1 ใน 4 เทคนิคดังกล่าวคาดว่าจะช่วยให้ผลิตวัคซีนได้ในปริมาณมากขึ้นอีก 4 เท่าหรือเท่ากับ 1,600 ล้านโด๊ส เพียงพอใช้ปกป้องประชากรกลุ่มเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม สารเคมีดังกล่าวเดิมใช้ในการผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์ ซึ่งหากนำมาใช้ผลิตวัคซีนสำหรับคน ยังต้องศึกษาและพัฒนาเพิ่มเติม เนื่องจากสารดังกล่าวพบความเป็นพิษในมนุษย์

“แม้ที่ผ่านนักวิทยาศาสตร์ได้เตรียมความพร้อมผลิตวัคซีนไข้หวัดนกในคนให้เพียงพอต่อความต้องการหากเกิดการระบาดครั้งใหญ่ แต่ปัญหาของการพัฒนาวัคซีนคือการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งทำได้ยาก” ผู้ค้นพบการติดเชื้อไวรัสเอช 5 เอ็น 1ในคน กล่าว

รศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เสริมว่า นอกจากการพัฒนาวัคซีนสำหรับคนแล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือกระบวนการอนุญาตให้ใช้วัคซีนที่พัฒนาด้วยเทคนิคใหม่ และจะต้องมีแนวทางในการเตรียมความพร้อมต่อไป หากเกิดการระบาดจะต้องประกาศใช้ได้ใน 1-2 เดือน

นกอพยพต้นตอเชื้อลามทั่วโลก

ในเวทีเดียวกันนี้ ศ.โรเบิร์ต จี เวบสเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา จากโรงพยาบาลวิจัยในเด็กเซนต์จูด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกของโลกที่ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างไข้หวัดใหญ่ในคนและไข้หวัดนก และเป็นคนแรกที่พัฒนาวัคซีนไข้หวัดนกสูตรตัดต่อยีน บรรยายถึงการแพร่กระจายของไวรัสไข้หวัดนก (H5N1) จากชนิดที่ไม่เกิดโรคในสัตว์ปีก จนถึงชนิดที่ทำให้เกิดโรคอย่างรุนแรง และถ่ายทอดจากสัตว์ปีกมาสู่คน

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์รู้กลไกการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนแล้ว ความรู้ดังกล่าวนำไปพัฒนาวัคซีนและยารักษาโรคไข้หวัดนก ซึ่งนักวิชาการจากทั่วโลก เช่น ฮ่องกง เวียดนาม ลาว ไทย ฯลฯ มีงานวิจัยร่วมกัน นอกจากนี้ ยังศึกษาเส้นทางการเดินทางของนกจากเอเชียไปอลาสกา พบว่าใน 1 ปีมีนก 6 ล้านตัว 35 สายพันธุ์ ย้ายถิ่นระหว่างสองภูมิภาค จนเกิดการแลกเปลี่ยนเชื้อไวรัสไข้หวัดนก กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงจะแพร่มาติดคนในที่สุด ทั้งนี้ พบผู้ป่วยไข้หวัดนกจากไวรัส H5N1 ครั้งแรกที่ฮ่องกงเมื่อปี 2540 จากนั้นเชื้อได้แพร่ระบาดไปทุกภูมิภาคของโลกจากการเคลื่อนย้ายของนก

"หากทราบถึงกลไกการติดเชื้อ จะสามารถหาวิธีการป้องกันไม่ใช้เชื้อแพร่ระบบไปทั่วโลกได้ เนื่องจากปัจจุบันเชื้อไวรัสยังไปไม่ถึงทวีปอเมริกา " นักวิจัยสหรัฐ กล่าว

นักวิทย์ไม่หวั่นไวรัสกลายพันธุ์

การประชุมนานาชาติไข้หวัดนกถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในไทยหลังเกิดการระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งสร้างความสูญเสียไปทั่วโลก การประชุมครั้งนี้ได้รวบรวมนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา และเชื้อไวรัสไข้หวัดนกจาก 40 ประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการวิจัย นำเสนอผลการศึกษาและการพัฒนาวัคซีน ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการป้องกันการระบาดของเชื้อรอบใหม่ รวมถึงการกลายพันธุ์ของเชื้อที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต หากไม่มีการศึกษาในเรื่องนี้มาก่อน

“จากการวิจัยทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงลักษณะของเชื้อ และขั้นตอนการกลายพันธุ์จากคนสู่คน ซึ่งการกลายพันธุ์ในระดับดีเอ็นเอต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงของเชื้อถึง 10 จุด ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่เชื้อกลายพันธุ์ไปทั่วโลกผ่อนคลายลง และนำไปสู่การหาเทคนิคป้องกัน และพัฒนาวัคซีนให้ได้ทันท่วงที” ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวระหว่างเปิดสัมมนาที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ม.ค.นี้ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2551

< Previous   Next >