Home arrow News arrow "ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา" น้ำพระทัยพระพี่นางฯเพื่อผู้ป่วย
"ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา" น้ำพระทัยพระพี่นางฯเพื่อผู้ป่วย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 09 มกราคม 2008
Image

     

        "ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา ศิริราชมูลนิธิ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" เป็นอีกหนึ่งพระกรณียกิจสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เนื่องจากทรงทราบถึงปัญหาการดื้อยาของผู้ป่วยวัณโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
        จากตัวเลขขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยวัณโรคสูงถึง 7,000-8,000 ล้านคน และเสียชีวิตประมาณ 2-3 ล้านคนต่อปี โดยสาเหตุของการเสียชีวิตที่สำคัญมาจากภาวะการดื้อยา ขณะที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยวัณโรคสูงถึงปีละ 80,000-100,000 คน และเสียชีวิตปีละ 10,000-12,000 คน โดยพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้มีภาวะดื้อต่อยาปีละ 1-3 คน หรือประมาณ 15-17 คน ตั้งแต่ปี 2544 โดยบางรายต้องเสียชีวิตจากภาวะดังกล่าว

ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2544 มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความไวของเชื้อวัณโรคต่อยาให้กับผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อลดจำนวนการดื้อยาของผู้ป่วย และลดโอกาสการเสียชีวิตจากภาวะดังกล่าว เนื่องจากเมื่ออดีตการทดสอบต้องอาศัยการเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการที่ใช้เวลานานราว 2-3 เดือน ทำให้กว่าจะทราบผลผู้ป่วยก็ต้องเสียเวลาการรักษาไปมาก และบางรายอาจเสียชีวิต เนื่องจากรักษาไม่ถูกวิธี

 

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ได้ประทานทรัพย์ส่วนพระองค์เริ่มแรก 300,000 บาท ให้แก่ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา และประทานเงินจากกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า จำนวน 500,000 บาททุกปี ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา เพื่อจัดตั้งทุนวิจัยดังกล่าว ที่โรงพยาบาลศิริราช ให้เป็นศูนย์การตรวจหาเชื้อวัณโรคที่ดื้อต่อยาแต่ละชนิด เพื่อช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วยวัณโรคอย่างถูกวิธี โดยให้ศูนย์ทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาเทคโนโลยีอันทันสมัยในการตรวจหาเชื้อที่ดื้อต่อยาได้อย่างรวดเร็ว กระทั่งปัจจุบันทุนวิจัยมีเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 30 ล้านบาท

รศ.ดร.อังคณา ฉายประเสริฐ อาจารย์สาขาราและมัยโคแบคทีเรียวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะเลขานุการและกรรมการทุนวิจัย บอกว่า หลังจากนั้น คณะทำงานทุกคนต่างพยายามค้นคว้าวิจัย เพื่อให้สามารถหาแนวทางลดภาวะเชื้อวัณโรคที่ดื้อต่อยา โดยได้ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการพัฒนาชุดตรวจหาเชื้อวัณโรคแบบทราบผลเร็ว เพียง 1-3 วัน ทดแทนวิธีเดิมที่ต้องใช้การเพาะเชื้อนานร่วม 2-3 เดือน

วิธีดังกล่าวเป็นการนำเชื้อของผู้ป่วยวัณโรคมาตรวจด้วยอณูชีววิทยา คือ การตรวจหาระดับดีเอ็นเอของเชื้อต่อความไวของยาโดยตรวจผ่านเครื่องพิเศษที่ทำการวิเคราะห์ว่าเชื้อดังกล่าวเข้ากับยาได้หรือไม่ หากไม่แสดงว่าเกิดภาวะดื้อยา วิธีการนี้จะช่วยให้แพทย์ผู้รักษาปรับเปลี่ยนยาให้ถูกต้องเมื่อทราบว่าผู้ป่วยดื้อยาชนิดใด และจะเป็นประโยชน์ในการควบคุมสถานการณ์เชื้อดื้อยาในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศมีการพัฒนาเทคนิคดังกล่าวเช่นกัน แต่ราคาตรวจค่อนข้างสูงประมาณ 5,000-6,000 บาท ขณะที่การตรวจที่พัฒนาขึ้นเองมีต้นทุนเพียง 1,000-2,000 บาทเท่านั้น

จากผลสำเร็จดังกล่าว คณะทำงานได้มีโอกาสทูลเกล้าถวายรายงานสถานการณ์การรักษาวัณโรค รวมทั้งรายงานการพบเชื้อดื้อยาจากการทดสอบด้วยเชื้อดังกล่าวถึง 17,000 ตัวอย่าง โดยมีคณะบุคคลจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และคณะทำงานทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ดิเรก อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา และ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงมีพระดำริว่า "เมื่อสามารถพัฒนาการทดสอบหาเชื้อวัณโรคที่ดื้อต่อยาแบบทราบผลรวดเร็วได้แล้ว อยากให้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้อย่างทั่วถึงให้ผู้ป่วยวัณโรคหลุดพ้นจากภาวะดื้อยา และหากเป็นไปได้อยากให้ช่วยเหลือผู้ป่วยวัณโรคประเทศเพื่อนบ้านที่ยังไม่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยด้วย เพื่อให้พวกเขาได้หายขาดจากโรคนี้ ไม่เพียงแต่ผู้ป่วยในประเทศไทยเท่านั้น"

"แม้พระองค์จะจากคนไทยทุกคนไปแล้ว แต่พระดำริครั้งนั้นยังไม่เคยลืมเลือน ที่ผ่านมาจากการก่อตั้งทุนวิจัยวัณโรคดื้อยาทำให้แพทย์ผู้รักษาตระหนักและนำเชื้อส่งตรวจมากขึ้น รวมทั้ง สธ.ก็มีความตระหนักและได้ออกนโยบายให้เพิ่มห้องปฏิบัติการสำหรับทดสอบภาวะการดื้อยาในสถานพยาบาล ส่วนต่างประเทศขณะนี้คณะทำงานทุนวิจัยดังกล่าวได้มีการติดต่อกับนักวิจัยประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา ลาว ในการนำเชื้อของผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะดื้อยา มาทำการทดสอบในศูนย์ที่ศิริราช โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ หากไม่มีพระมหากรุณาของพระองค์ท่าน ทุนวิจัยนี้จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ จนสามารถรักษาผู้ป่วยวัณโรคได้อย่างถูกวิธีได้อย่างทุกวันนี้เลย..." รศ.ดร.อังคณากล่าวทิ้งท้ายทั้งน้ำตา

พระองค์ทรงมีน้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นโดยแท้...

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2551

 

Last Updated ( พุธ, 09 มกราคม 2008 )
< Previous   Next >