Home
Home
สุขภาพหรรษา : นโยบายและทิศทางการใช้ กัญชาทางการแพทย์ (ตอน 2) Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 11 พฤศจิกายน 2019

ไทยรัฐออนไลน์ รายงาน วันที่ 10 .. 2562


ระดับการควบคุมกับผลกระทบทางสุขภาพและสังคมผ่อนปรนเท่าไร แค่ไหนถึงเรียกสมดุล” “สร้างประโยชน์สูงที่สุด ความปลอดภัยสูงที่สุด เป็นไปได้อย่างไร

จากตัวอย่างกรณีศึกษาของยา Pseudoephedrine ที่มีข้อบ่งใช้รักษาอาการคัดจมูก เมื่อพบว่ามีการนำตัวยานี้ไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ส่งผลให้ยาดังกล่าวไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป แต่จะมีใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น จะเห็นได้ว่าวิธีการแก้ปัญหาดังตัวอย่างนี้เป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม เช่นเดียวกันกับกรณีของกัญชา ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประกาศให้กัญชาเป็นพืชเสพติดมาโดยตลอด

ซึ่งถือเป็นการจำกัดสิทธิการเข้าถึงการรักษาที่เข้มงวดมากเกินไป (Ultra-prohibition) นำไปสู่ปัญหาการแพร่กระจายของกัญชาผิดกฎหมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีมาตรฐาน มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา หรือสารพิษอื่นๆ มากมายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยแทนที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค

ขณะเดียวกัน บุหรี่และแอลกอฮอล์ซึ่งถือเป็นสารที่ก่อให้เกิดความมึนเมาและการเสพติดได้มากกว่ากัญชา อีกทั้งยังไม่มีประโยชน์ในทางการแพทย์แล้วด้วยนั้น กลับเป็นการเปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเสรี แม้จะบอกว่ามีกฎหมายจำกัดอายุผู้ซื้อ แต่ก็ไม่เป็นผลดีต่อประชาชนอย่างแน่นอน ดังที่ได้เห็นจากการรายงานข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนหรือปัญหาการทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นทุกวัน รวมถึงแนวโน้มตัวเลขผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจากการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในการจะกำหนดระดับการควบคุมการผ่อนปรนการใช้กัญชาที่เหมาะสมจะต้องพิจารณาถึงจุดสมดุล (Strict Legal Regulation) ที่จะสามารถนำกัญชามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดทั้งทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจ โดยจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสาธารณะทางสุขภาพและสังคมน้อยที่สุด (Social and Health Harms Minimization)


กัญชา พืชยาทางการแพทย์ หรือยาเสพติดมอมเมา ในวันที่ค่านิยมและความเชื่อเปลี่ยนแปลงไป เราไม่ลืมใครไว้ข้างหลังใช่ไหม?”

ขึ้นชื่อว่าเป็นยาเสพติดแล้ว ใครเสพก็ติด ติดแล้วเลิกยาก เมื่อร่างกายได้รับกัญชาเกินขนาดก็จะออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ส่งผลให้เกิดอาการมึนเมา นานวันเข้าก็กลายเป็นยาเสพติดให้โทษ ทว่าท่ามกลางพิษภัยของผู้เสพกัญชาจนติด กลับมีสารสกัดน้ำมันกัญชาที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคมากมาย ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ได้เกิดกระแสกัญชาฟีเวอร์ไปทั่วโลก จากการที่ทัศนคติ ค่านิยม แนวคิดความเชื่อของผู้คนที่เคยมีต่อกัญชาเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในการนำมาใช้บรรเทาความเจ็บปวดจากการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัด ไปจนถึงความหวังในการปราบปรามผลิตภัณฑ์กัญชาผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงคัดค้านและคำถามมากมายที่ยังคาใจผู้ที่ยังไม่เห็นด้วยกับนโยบายกัญชาภายในประเทศ สิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจก่อน


คือ ทุกอย่างย่อมมี 2 ด้านเสมอ การกำหนดระดับการควบคุมต้องวิเคราะห์แยกแยะถึงประโยชน์ (Benefit) ในการรักษาโรค กับความเสี่ยง (Risk) ซึ่งหนึ่งในความเสี่ยงที่เป็นที่น่ากังวลมากที่สุดอาจเป็นปัญหาการใช้กัญชาในทางที่ผิด และการเพิ่มขึ้นของผู้เสพหน้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มเด็กและเยาวชน

Read more...
สุขภาพหรรษา : นโยบายและทิศทางการใช้ กัญชาทางการแพทย์ (ตอน 1) Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 04 พฤศจิกายน 2019

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานวันที่ 3 .. 2562


ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายเรื่อง นโยบายสาธารณะในการใช้สารสกัดกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ที่ประชุมวิชาการประจำปี ของกระทรวงสาธารณสุข วันที่ 10 กันยายน 2562


นโยบายสาธารณะในการใช้สารสกัดกัญชามาใช้ในประเทศไทย คือ...บทพิสูจน์ระบบสาธารณสุขของประเทศไทย


คำว่าสาธารณะในที่นี้ ไม่ได้เป็นการเฉพาะเจาะจงแต่เพียงผู้บริหารประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ หรือนักวิชาการเท่านั้น ที่จะมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายของประเทศ แต่หมายความว่า ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วมเพื่อให้ระบบดำเนินไปข้างหน้าด้วยกันได้


นโยบายสาธารณะเป็นการสร้างภาพรวมระบบ เปิดพื้นที่ชวนคิด ระบุจุดร่วม ประสานจุดต่าง เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติ


นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ (Health Public Policy) หมายความถึงแนวทางในการปฏิบัติงานของรัฐบาลหรือโครงการที่รัฐบาลกำหนดขึ้นและมีผลกระทบต่อระบบสุขภาพของประชาชนในสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมทั้งทางสังคมและทางกายภาพ ให้เอื้อต่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี และมุ่งให้ประชาชนมีทางเลือกและสามารถเข้าถึงทางเลือกที่ก่อให้เกิดสุขภาพดีได้ ซึ่งนโยบายสาธารณะทางสุขภาพที่ดีจะต้องสอดคล้องกับค่านิยมและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะต้องทำให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเสมอภาคทั่วหน้า


และต้องไม่ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ยากจน และมีคุณภาพชีวิตแย่ลง



แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศแรกที่มีการอนุญาตให้นำสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยชน์ เนื่องจากตั้งแต่ประเทศไทยประกาศให้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ..2522 มีผลให้ใช้บังคับ พืชกัญชาก็ถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อ ย้อนกลับมามองสภาพบ้านเมืองของสังคมไทยในอดีตก่อนปี .. 2522 ที่ประชาชนสามารถปลูกกัญชา ตามบ้านเรือนเอาไว้เพื่อใช้ประกอบอาหารหรือใช้รักษาโรคได้โดยไม่ถือว่าเป็นยาเสพติด กัญชาจึงถือเป็น ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวบ้านมาตั้งแต่โบราณกาล


แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ขณะนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาเสรีเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากเดิมที่ใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ..2522 ซึ่งกำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 “ห้ามมิให้ผู้ใด ผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเป็นรายๆไปแต่ภายหลังจากมีการประกาศให้ใช้บังคับพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) ..2562 ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 มาตรา 26/2 ความว่า


“(1) ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษา วิจัยและพัฒนา ทั้งนี้ ให้รวมถึงการเกษตรกรรม พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์หรืออุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ด้วย ซึ่งได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรม-การซึ่งนโยบายเรื่องการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่มุ่งเน้นประโยชน์ในทาง การแพทย์อย่างแท้จริง เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาทุกรายมีสิทธิในการเข้าถึงกัญชาเพื่อการรักษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง และการเข้าถึงกัญชาจะต้องไม่เป็นการจำกัดรูปแบบเฉพาะผลิตภัณฑ์กัญชาเกรดทางการแพทย์ (Medical Grade) เท่านั้น

 

Read more...
ข่าวปลอม กินน้ำมันมะพร้าวช่วย "ฆ่าเซลล์มะเร็ง" Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 17 พฤศจิกายน 2019

Thaipbs รายงาน 15 พฤศจิกายน 2562 


กรมการแพทย์ ยืนยันข่าวปลอมในโซเชียล หยุดน้ำตาล ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำร้อน และกินน้ำมันมะพร้าว รักษามะเร็งไม่ได้ ระบุโรคมะเร็งเกิดจากความผิดปกติในดีเอ็นเอ การกินอาหารไม่ช่วยให้ย้อนศรกลับไปเป็นเซลล์ปกติได้

วันนี้(15 ..2562) กรณีมีการแชร์ในโลกโซเชียลว่าไม่มีใครตายเพราะมะเร็ง ยกเว้นความสะเพร่า แค่ทำ 3 ขั้นตอน คือ หยุดน้ำตาลทั้งหมด ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำร้อน และกินน้ำมันมะพร้าว รักษามะเร็งได้กรมการแพทย์ ยืนยันว่า ข้อความดังกล่าว ไม่เป็นความจริง

.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ เรื่องหยุดน้ำตาล ดื่มน้ำมะนาว กินน้ำมันมะพร้าว จะสามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น เป็นความเชื่อที่ผิด และไม่เป็นความจริง เพราะมะเร็ง เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พออายุมากขึ้นเซลล์ก็เสื่อมสะสมความผิดพลาดจากการใช้ชีวิต อาทิ การสูบบุหรี่ก็จะทำให้เป็นมะเร็งเร็วขึ้น

 

ทั้งนี้การหยุดกินน้ำตาล มะเร็งจะตาย ไม่จริง เพราะร่างกายสามารถสร้างน้ำตาลขึ้นมาใหม่ได้อีก น้ำตาลเป็นอาหารสำหรับเซลล์ส่วนใหญ่ รวมทั้งเซลล์มะเร็งด้วย แต่เซลล์มะเร็งแตกต่างตรงใช้น้ำตาลอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีหลักฐานที่กล่าวอ้างได้ว่า กินน้ำตาลแล้วจะเป็นมะเร็ง


Read more...
พบสารเคมีตกค้างในน้ำส้มคั้นสดและน้ำส้ม แต่ไม่พบยาปฏิชีวนะ Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 15 พฤศจิกายน 2019

thaipb รายงาน 15 พฤศจิกายน 2562


มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลทดสอบน้ำส้มคั้นสดและน้ำส้ม 100%” ใน 30 ตัวอย่าง พบสารเคมีทางการเกษตรตกค้าง 60 % พบสารกันบูด 4 ตัวอย่างแต่ไม่เกินมาตรฐานและไม่พบการตกค้างยาปฏิชีวนะ

วันนี้ ( 15 ..2562) นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลทดสอบ น้ำส้มคั้นสด 25 ตัวอย่างและน้ำส้มบรรจุกล่องผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ ที่ระบุว่าเป็นน้ำส้ม 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 5 ตัวอย่าง ซึ่งเก็บตัวอย่างเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 โดยพบสารเคมีตกค้างในตัวอย่างน้ำส้ม 18 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 60 และไม่พบจำนวน 12 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 40

น้ำส้มที่ไม่พบสารเคมีตกค้าง 12 ตัวอย่าง ได้แก่ Orangee, Nalit Juice, Farm Fresh, น้ำส้มอุดมพันธ์, Oranginal, เจ้ทิพย์ จิ้ดจ้าด, Orange Juice Healthy Valley, C-orange, กรีนการ์เด็น , We are Fresh, มาลี(Malee) และ Healthy Plus

ส่วนน้ำส้มที่พบสารเคมีตกค้าง จำนวน 18 ตัวอย่าง ได้แก่ Gourmet Juice by Hai Fresh Juice พบสารเคมี 7 ชนิด, Good Monday พบสารเคมี 6 ชนิด, Farmacy by Mad About Juice พบสารเคมี 4 ชนิด, ร้านกานดา พบสารเคมี 4 ชนิด, The Orange พบสารเคมี 3 ชนิด, Smile พบสารเคมี 2 ชนิด, Juice พบสารเคมี 2 ชนิด, Kiss C. Juice พบสารเคมี 2 ชนิด, Beautea Fres hพบสารเคมี 2 ชนิด, ส่วนส้มฝากนาย, ร้าน Hurom Juice Café, ทิปโก้ส้มโชกุน, ทิปโก้ส้มเขียวหวาน, ทิปโก้ส้ม Squeeze โชกุน, ทิปโก้ส้มสายน้ำผึ้ง พบสารเคมี 1 ชนิด, โดยใน Mrs Smoothie So orange, Teddy Zero, สวนส้มธนาธร พบสารเคมี 1 ตัวอย่างในปริมาณที่มีการตกค้างน้อยมาก

การทดสอบครั้งนี้พบสารเคมีตกค้างจำนวน 13 ชนิด ดังนี้

  • Imazalil          พบในน้ำส้ม 8 ยี่ห้อ
  • Imidacloprid   พบในน้ำส้ม 8 ยี่ห้อ
  • Ethion            พบในน้ำส้ม 5 ยี่ห้อ
  • Carbofuran     พบในน้ำส้ม 4 ยี่ห้อ
  • Carbendazim  พบในน้ำส้ม 3 ยี่ห้อ
  • Acetamiprid    พบในน้ำส้ม 3 ยี่ห้อ
  • Carbofuran-3-hydroxy พบในน้ำส้ม 3 ยี่ห้อ
  • Profenofos     พบในน้ำส้ม 2 ยี่ห้อ
  • Chlorpyrifos   พบในน้ำส้ม 1 ยี่ห้อ
  • Methomyl      พบในน้ำส้ม 1 ยี่ห้อ
  • Azoxystrobin  พบในน้ำส้ม 1 ยี่ห้อ
  • Fenobucarb    พบในน้ำส้ม 1 ยี่ห้อ 
  • Prothiofos      พบในน้ำส้ม 1 ยี่ห้อ
Read more...
คนจีนตื่นตัว ผู้ป่วยติดเชื้อกาฬโรคโผล่กรุงปักกิ่ง หวั่นกลายเป็นโรคระบาด Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 15 พฤศจิกายน 2019

Sanook รายงาน 14 .. 62 


กรุงปักกิ่ง ได้ยืนยันว่ามีการตรวจพบเชื้อกาฬโรคในผู้ป่วย 2 ราย ที่เดินทางมาจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ล่าสุดกักตัวและกักกันโรคเอาไว้แล้ว ยืนยันจะไม่แพร่ระบาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเขตฉาวหยาง กรุงปักกิ่ง ได้ยืนยันว่ามีการตรวจพบเชื้อกาฬโรคในผู้ป่วย 2 ราย ที่เดินทางมาจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ทางแถบตอนเหนือของจีน ทำให้เกิดการป้องกันและเข้าควบคุมโรคในเบื้องต้นแล้ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าเว็บไซต์ทางการเขตฉาวหยาง ระบุว่าผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการรักษาที่สถาบันทางการแพทย์ในเขตฉาวหยางอย่างเหมาะสมแล้ว และได้มีการใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคแล้ว โดยเชื่อว่าโรคดังกล่าวจะไม่ได้แพร่กระจายแต่อย่างใด

ศูนย์ป้องกันควบคุมโรค สาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุว่า ความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายของกาฬโรคนั้น ค่อนข้างต่ำเป็นอย่างมาก พลเมืองปักกิ่งยังคงสามารถไปทำงาน ใช้ชีวิตประจำวัน และไปสถาบันทางการแพทย์ได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการติดเชื้อใดๆ


ทั้งนี้ กาฬโรค เป็นโรคที่ติดต่อที่มีสาเหตุจากแบคทีเรีย เยอร์ซีเนีย เพสติส (Yersinia Pestis) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กาฬโรคที่ต่อมน้ำเหลือง (bubonic plague) กาฬโรคแบบโลหิตเป็นพิษ (septicemic ) และกาฬโรคปอด (pneumonic plague) สำหรับชนิดที่พบในผู้ป่วยทั้งสองรายนั้นเป็นชนิดกาฬโรคในปอดเป็นชนิดที่อันตรายที่สุด ส่งผลให้มีไข้สูง หายใจติดขัด และอาจเสียชีวิต มีหนูหรือหมัดเป็นพาหะ สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศและติดต่อได้ผ่านการไอ

Read more...
เตือนหน้าหนาว ป่วยอุจจาระร่วงพุ่ง ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 7 คน Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 18 พฤศจิกายน 2019

ThaiPBS รายงาน วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562


กรมควบคุมโรค เตือนผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะสาเหตุจากเชื้อโรต้าไวรัส ปีนี้มีผู้ป่วยแล้ว 9.2 แสนคน เสียชีวิต 7 คน แนะกินอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ

วันนี้ (18 ..2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพ วันที่ 17-23 ..2562 โดยเตือนประชาชนเลือกกินอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันโรคอุจจาระร่วงในช่วงฤดูหนาว

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ..-12 ..2562 พบผู้ป่วย 925,149 คน เสียชีวิต 7 คน โดยมีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ และกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุด คือ อายุมากกว่า 65 ปี ตั้งแต่ต้นปีพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเป็นกลุ่มก้อนจำนวน 4 เหตุการณ์ สาเหตุล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีสาเหตุมาจากเชื้อโรต้าไวรัส

กรมควบคุมโรค คาดว่า จำนวนผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่มีสาเหตุมาจากเชื้อโรต้าไวรัส เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวจะเจริญเติบโตและทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ดีในช่วงฤดูหนาว ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้รับเชื้อจากการกินอาหารและน้ำ หรือสัมผัสกับของเล่น หรือเครื่องใช้ที่มีไวรัสปนเปื้อนสูงขึ้น


Measles Can Wipe Out the Memory of the Immune System Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 12 พฤศจิกายน 2019

WRITTEN BY: Carmen Leitch reported NOV 08, 2019 


Researchers have finally, after years of speculation, learned how the measles vaccine can provide an additional layer of protection against more than just the measles. Reporting in Science, an international team of scientists has determined that the measles virus can destroy anywhere from 11 to 73 percent of antibodies that the immune system generates to protect a person from bacterial and viral strains they have been exposed to. These may include the herpes virus and pathogenic bacteria that cause skin infections or pneumonia.


The immune system has a ‘memory’ of past infections, in the form of antibodies that are created upon the first exposure. When the immune system encounters a pathogen a second time, it's in a much better position to fight off the illness. Measles can ruin that memory. For example, exposure to chickenpox might trigger the immune system to produce 100 different antibodies that fight the infection, which also fights off new exposures to the virus. But after the measles, only 50 of those antibodies may remain. If some of those lost antibodies are particularly effective, known as neutralizing antibodies, it may be a serious loss.

"Imagine that your immunity against pathogens is like carrying around a book of photographs of criminals, and someone punched a bunch of holes in it," said the first author of the study, Michael Mina, who is currently an assistant professor of epidemiology at the Harvard T.H. Chan School of Public Health. "It would then be much harder to recognize that criminal if you saw them, especially if the holes are punched over important features for recognition, like the eyes or mouth."

This work, noted the authors, is the first to ascertain how the measles virus can damage the immune system, and highlights the importance of obtaining a measles vaccine to shield us from the infection.

"The threat measles poses to people is much greater than we previously imagined," explained the senior study author Stephen Elledge, the Gregor Mendel Professor of Genetics and of Medicine in the Blavatnik Institute at Harvard Medical School and Brigham and Women's Hospital. "We now understand the mechanism is a prolonged danger due to erasure of the immune memory, demonstrating that the measles vaccine is of even greater benefit than we knew."

"This is the best evidence yet that immune amnesia exists and impacts our bona fide long-term immune memory," added Mina.

Read more...
New Way to Determine What Our Genes DoNew Way to Determine What Our Genes Do Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 10 พฤศจิกายน 2019

WRITTEN BY: Annie Lennon reported NOV 08, 2019 



Geneticists at the University of Virginia (UVA) School of Medicine have developed a new way to determine what our genes do. This will not only allow scientists to better understand the genetic causes of certain diseases, but also more effectively map out how new drugs may work on different targets. 

Until now, understanding the function of a specific gene has been very challenging. Usually blocking the function of genes and observing the results, as one gene may have multiple functionalities, it is often difficult to pinpoint causes and correlations precisely. 

According to Michael J. Guertin from UVA’s Department of Biochemistry and Molecular Genetics, “The problem with that approach is that if you make a mutation in a gene, or you delete a gene, then that can perturb the entire system for hours, days or, sometimes, an entire lifetime (Anderton: 2019).”

Moreover, given that some genes are essential for life to function, blocking them to observe effects may result in death of the organism, and thus become a pursuit in vein. 

Due to these complications, Guertin and research scientist Kizhakke Mattada Sathyan sought to develop another way to determine what our genes do. Unlike earlier methods, their new technique makes use of a plant protein to rapidly degrade proteins encoded by genes with more precision and control than previous methods, and without many of the negative downstream effects typically observed (News Staff: 2019). 

Possible at a negligible cost, Guertin said, “It's pretty simple for a competent molecular biology lab to pick up the tools that we provided and adopt this within their research program...And we think it will offer big benefits for them (Anderton: 2019)."

In particular, this new technique is likely to benefit drug development, as it will make it much easier to determine the efficacy of a drug by seeing whether it has the same effect as blocking a gene in lab conditions. 

Moreover, Sathyan added that it may also have a useful application for gardners, “Another good thing about this is that auxins (the plant hormone) are some of the weed killers used in the garden...It has some toxicity, so you could use this new information in the plant world to develop better, safer weed killers (ibid.)."


Two people just got the plague in China — yes, the Black Death plague Print
User Rating: / 0
News - News
พฤหัสบดี, 14 พฤศจิกายน 2019

By Jessie Yeung, CNN reported November 14, 2019

(CNN)Two people in China are being treated for plague, authorities said Tuesday. It's the second time the disease, the same one that caused the Black Death, one of the deadliest pandemics in human history, has been detected in the region -- in May, a Mongolian couple died from bubonic plague after eating the raw kidney of a marmot, a local folk health remedy.

The two recent patients, from the Chinese province of Inner Mongolia, were diagnosed with pneumonic plague by doctors in the Chinese capital Beijing, according to state media Xinhua. They are now receiving treatment in Beijing's Chaoyang District, and authorities have implemented preventative control measures.


Plague, caused by bacteria and transmitted through flea bites and infected animals, can develop in three different forms. Bubonic plague causes swollen lymph nodes, while septicemic plague infects the blood and pneumonic plague infects the lungs.


Pneumonic -- the kind the Chinese patients have -- is more virulent and damaging. Left untreated, it is always fatal, according to the World Health Organization (WHO).

During the Middle Ages, plague outbreaks devastated Europe, killing around 50 million people. Since then, we've invented antibiotics, which can treat most infections if they are caught early enough -- but the plague isn't gone. In fact, it's made a recent comeback.



From 2010 to 2015, more than 3,248 cases were reported worldwide, including 584 deaths, according to the WHO. The three most endemic countries are the Democratic Republic of the Congo, Madagascar, and Peru.


In the United States, there have been anywhere from a few to a few dozen cases of plague every year, according to the Centers for Disease Control and Prevention. In 2015, two people in Colorado died from the plague, and the year before there were eight reported cases in the state.

Having caused close to 50,000 human cases during the past 20 years, the plague is now categorized by WHO as a re-emerging disease.


How do you get plague? Is it curable?

According to the CDC, people usually get plague after being bitten by a rodent flea carrying the bacterium Yersinia pestis. Infected animals like cats and dogs can also infect their owners.

The bacteria persists because low levels circulate among populations of certain rodents, the CDC says. These infected animals and their fleas serve as long-term reservoirs for the bacteria.

A 2018 study suggested it's not just rats that are responsible -- the Black Death may have spread by human fleas and body lice.



There is currently no effective vaccine against plague, but modern antibiotics can prevent complications and death if given quickly enough. However, a strain of bubonic plague with high-level resistance to the antibiotic streptomycin, which is usually the first-line treatment, was seen recently in Madagascar.

Untreated bubonic plague can turn into pneumonic plague, which causes rapidly developing pneumonia, after bacteria spreads to the lungs.

A recent report suggests that researchers are exploring a variety of approaches to develop an effective vaccine. Since different vaccine designs lead to different mechanisms of immunity, the authors conclude that combinations of different types might overcome the limitations of individual vaccines and effectively prevent a plague outbreak.


Read more...
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 61 - 75 of 5401