Home
Home
สมองกับผงชูรส Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 25 มีนาคม 2019
เผยแพร่ไทยรัฐ 23 มีค 2562  https://www.thairath.co.th/content/1526818

 

โดย หมอดื้อ

 

เป็นของคู่บ้านคู่เมืองไปแล้วกับผงชูรส ปกติฝรั่งจะนึกถึงอาหารจีนซึ่งขึ้นชื่อว่าใส่ผงชูรสเยอะ และทำให้ฝรั่งบางคนปวดหัวหลังจากรับประทาน ส่วนในคนไทยจะมีบางกลุ่มที่พอทานเข้าไปไม่กี่คำก็จะคันเนื้อคันตัวและปวดหัวเช่นเดียวกัน และในหลายๆกลุ่มก็จะรับประทานแต่อาหารที่ไม่ใส่ผงชูรสเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆ รักสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผงชูรสที่พูดถึงในที่นี้คือโมโนโซเดียมกลูตาเมต (monosodium glutamate) หรือ MSG

 


 

PDF Download

 

 

 

 

 

กรมควบคุมโรค ย้ำ “โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร” ไม่ติดต่อสู่คน แต่ขอให้ประชาชน ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 25 มีนาคม 2019
ThaiPR.NET รายงาน วันที่ 14 มีนาคม 2562 
 
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำ "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ไม่ติดต่อสู่คน แต่การรับประทานเนื้อหมู ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และขอให้ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำอื่นๆ โดยเฉพาะโรคไข้หูดับ และโรคอาหารเป็นพิษ

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการส่งต่อข้อความผิดๆ ว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง โดยข้อมูลที่ถูกต้อง คือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นโรคที่เกิดจากดีเอ็นเอไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน ดังนั้น จึงยืนยันได้ว่าไม่ใช่ผู้ป่วยที่ติดโรคจากไวรัสชนิดนี้

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น กรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์และดำเนินการร่วมกับกรมปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด ทั้งมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรค โดยเน้นการประสานความร่วมมือแบบบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทุกระดับ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

นายแพทย์อัษฎางค์ ได้เน้นย้ำว่า ในกรณีการรับประทานเนื้อหมู ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และที่สำคัญขอให้ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" โดยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการทำลายเชื้อโรคที่อาจจะปนเปื้อนอยู่ เพราะผู้ที่รับประทานเนื้อหมูสุกๆ ดิบๆ มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อก่อโรคติดต่อทางอาหารและน้ำชนิดต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรียก่อโรคไข้หูดับ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง เป็นต้น และควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อน-หลังการเตรียมอาหาร และหลังขับถ่าย

ในส่วนของเกษตรกรเลี้ยงสุกร ขอให้ติดตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ในเรื่องของการเลี้ยงสุกรปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และหากเกษตรกรมีปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการโรคต่างๆ ในคน สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


Last Updated ( ศุกร์, 03 พฤษภาคม 2019 )
สธ.เฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่ จากสภาพอากาศโลกแปรปรวน Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 18 มีนาคม 2019

voice TV รายงาน วันที่ 14 มีค. 2562 

 

กรมควบคุมโรค ร่วมภาคีเครือข่าย เดินหน้าเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดจากสภาพอากาศโลกที่แปรปรวน เน้นความร่วมมือแบบบูรณาการตามแนวคิด "สุขภาพหนึ่งเดียว" โดยเฉพาะโรคติดต่ออุบัติใหม่ 3 กลุ่มที่มีความเสี่ยงในประเทศไทย

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับอากาศทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงและแปรปรวนมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบในหลายด้าน รวมถึงอาจทำให้เกิดโรคระบาดใหม่หรือโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้ ประกอบกับที่องค์การอนามัยโลก ได้มีการทบทวนรายชื่อโรคติดต่ออันตรายที่อาจมีการแพร่ระบาดได้ทั่วโลก ซึ่งยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน เพื่อให้ทุกประเทศมีการเตรียมพร้อมรับมือและทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม รวมทั้งเน้นในเรื่องความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ หรือสุขภาพหนึ่งเดียว นั้น

ทั้งนี้ โรคติดต่ออุบัติใหม่ทั่วโลกมีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเดินทางที่สะดวกทำให้โรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งโรคติดต่ออุบัติใหม่ส่งผลกระทบต่อคน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยที่ผ่านมาโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่มีความเสี่ยงในประเทศไทย มี 3 กลุ่ม ได้แก่

1.โรคติดต่ออุบัติใหม่หรืออุบัติซ้ำที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย เช่น โรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 (2009) เป็นต้น

2.โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่อาจแพร่มาจากต่างประเทศ เช่น โรคไข้เหลือง โรคไข้เวสไนล์ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นต้น 

และ 3.โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคที่เกิดจากเชื้อดื้อยาชนิดใหม่ เป็นต้น   


ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการและดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ .. 2560–2564 (ระยะเวลา 5 ปี) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดการป่วย การตาย และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ และให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการทั้งสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ โดยมีภาคส่วนต่างๆร่วมดำเนินการแบบบูรณาการตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวหรือ One Health เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมามีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางด้านสุขภาพของประเทศ ระหว่าง 8 องค์กร ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และสภากาชาดไทย 


แนะวิธีป้องกันโรคติดต่อทางอาหาร/น้ำ Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 11 มีนาคม 2019

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 


นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กล่าวว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงก่อให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ 1.โรคอุจจาระร่วง อาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้ง ขึ้นไปใน 1 วัน ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากหรือถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือด อาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย 2.โรคอาหารเป็นพิษ อาการที่สำคัญ ได้แก่ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย และอาจมีถ่ายเหลวร่วมด้วย 3.โรคบิด เกิดจากการรับประทานอาหาร ผักดิบ หรือน้ำดื่มที่มีเชื้อบิดปนเปื้อนเข้าไป อาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่ง ถ่ายอุจจาระบ่อย มีมูก หรือมูกปนเลือด 4.โรคอหิวาตกโรค อาการที่สำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำซาวข้าวคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง ผู้ป่วยจะอาเจียน กระหายน้ำ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย 5.โรคไข้ไทฟอยด์หรือโรคไข้รากสาดน้อย อาการที่สำคัญ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร อาจมีอาการท้องอืดหรือท้องเสียได้ ผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะโรคไข้ไทฟอยด์ ควรหลีกเลี่ยงการประกอบอาหาร เนื่องจากอาจทำให้เกิดการระบาดของโรค 6.โรคที่เกิดกับสัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งอาจเกิดกับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก กระแต เป็นต้น 7.โรคลมแดด (Heat Stroke) เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป อาการที่สำคัญ ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ไม่มีเหงื่อออก กระหายน้ำมาก ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ ความดันโลหิตต่ำ


สำนักอนามัยขอเชิญชวนประชาชนร่วมป้องกันโรค โดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยง อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานๆ และอาหารที่มีแมลงวันตอม ควรใช้ฝาชีครอบอาหาร หรือใส่ตู้กับข้าวให้มิดชิด ล้างผัก และ ผลไม้หลายๆ ครั้ง ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือปรุงอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ


สำหรับโรคที่เกิดกับสัตว์เลี้ยง ควรเฝ้าระวังและป้องกัน ด้วยการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างน้อยปีละครั้ง ระวังบุตรหลาน ไม่ให้เล่นคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เมื่อถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อและรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีน


ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สนอ. ทุกแห่ง โรงพยาบาลใกล้บ้าน และกองควบคุมโรคติดต่อ สนอ. โทร.02-2032887 ในวันและเวลาราชการ

ความแตกต่างของเส้นเลือดตีบตัน ในชายและหญิง Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
อังคาร, 19 มีนาคม 2019

 เผยแพร่ไทยรัฐ 17 มีค 2562  https://www.thairath.co.th/content/1520795

โดย หมอดื้อ 

  

พอดีไปอ่านเจอบทความที่น่าสนใจใน European Heart Journal 2018 (วารสารโรคหัวใจของยุโรป) พูดถึงการส่งตรวจเส้นเลือดหัวใจเพื่อดูความเสี่ยงตีบตันและเปรียบเทียบความแม่นยำในผู้ชายและผู้หญิง โดยใช้เครื่องซีทีดูค่าแคลเซียมบนผนังเส้นเลือด (Coronary CT calcium scan) การตรวจนี้ทำไม่ยากโดยจะให้เรานอนบนเครื่องแล้วเครื่องก็จะเลื่อนตัวเราเข้าไปผ่านเครื่องรูปทรงโดนัท จากนั้นเครื่องนี้ก็จะฉายรังสี X-ray หลายๆภาพเพื่อมาต่อกันเป็นภาพตัวของเราแบบกึ่ง 3 มิติ จากนั้นรูปที่ได้มาก็เอามาดูการเกาะตัวของแคลเซียมในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ตอนนี้หลายท่านคงสงสัยว่ามันมีแคลเซียมในเส้นเลือดด้วยหรือ ไม่ใช่อยู่ในกระดูกหรือ

 

 

จริงๆแล้วในเลือดและเซลล์เรามีแคลเซียมอยู่เสมอ และถือเป็นธาตุที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพราะถ้าไม่มีกล้ามเนื้อจะไม่สามารถบีบตัวได้ ผลก็คือ เราจะขยับไม่ได้ หายใจไม่ได้ และหัวใจเราก็เต้นไม่ได้ แต่โดยปกติแล้วไม่ใช่ปัญหาเพราะกระดูกเราสะสมแคลเซียมไว้เยอะและร่างกายสามารถเอามันออกมาใช้งานได้ ส่วนโรคเส้นเลือดตีบนั้นเกิดจากการอักเสบของเส้นเลือด พอนานเข้าไขมัน ก็แทรกซึมเข้า ไป ผ่านไปอีกพัก ใหญ่ไขมันที่เกาะอยู่ในผนังเส้นเลือดก็เริ่มแข็งตัวเพราะแคลเซียมพวกนี้มันเข้าไปแทรกซึม (Calcified plaque)

 

 

 

PDF Download

 

 

 

 

 

Last Updated ( ศุกร์, 19 เมษายน 2019 )
สารฆ่าหญ้าไกลโฟเซต ก่อมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ตอนที่ 2) Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 11 มีนาคม 2019

เผยแพร่ไทยรัฐ 10 มีค 2562  https://www.thairath.co.th/content/1515056

โดย หมอดื้อ 

 

 

การใช้การศึกษาในสัตว์ทดลองและการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกลไกการเกิดโรคมะเร็งของสารเคมีชนิดดังกล่าว โดยได้ใช้การศึกษา 6 ฉบับด้วยกัน ซึ่งนำมาจาก European Food Safety Authority และ Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO) and World Health Organization (WHO) ทุกการศึกษาในหนูชี้ว่าหนูที่ได้รับ ไกลโฟเซตที่ผสมในอาหารมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมากขึ้น และแสดงให้เห็นว่า กลุ่มที่ผสมไกลโฟเซตเยอะก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้นเป็นเงาตามตัว (significant dose-response) ใน 4 การศึกษาอีกด้วย ผู้วิจัยได้กล่าวต่ออีกว่าคงจะมีคนเข้ามาไม่เห็นด้วยเพราะมีการศึกษาบางชิ้นบอกว่าไกลโฟเซตไม่มีอันตราย แต่ก็ได้มีการหยิบยกถึง European Food Safety Authority’s Cancer Guideline ที่สรุปว่าไกลโฟเซตมีผลเพิ่มอัตรามะเร็งต่อมน้ำเหลืองและการศึกษาที่ไม่พบอันตรายนั้นอาจเป็นเพราะไม่ได้รวมเอาข้อมูลของกลุ่มที่ใช้ไกลโฟเซตในระดับสูงมารวม หรือระยะเวลาการศึกษาอาจจะไม่ยาวพอ เพราะไม่ใช่ว่าได้รับไกลโฟเซตแล้วจะเป็นมะเร็งเลยในทันที แต่เป็นการสะสมไปเรื่อยๆ และในร่างกายบางคนรับการเปลี่ยนแปลงไม่ไหวก็จึงเกิดมะเร็ง นอกจากนั้นแล้วส่วนผสมในยาฆ่าแมลงอื่นเมื่อมีการใช้ร่วมกันกับราวด์อั้พนั้นจะยิ่งทำให้โอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้นไปอีก

PDF Download

 

 

 

 

 

สารฆ่าหญ้าไกลโฟเซต ก่อมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (ตอนที่ 1) Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 04 มีนาคม 2019

เผยแพร่ไทยรัฐ 3 มีค 2562  https://www.thairath.co.th/content/1509050

โดย หมอดื้อ 

 

ปมสารฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส ยังสร้างความสับสน เพราะมีการออกมาให้ความรู้ไม่ตรงกัน ขอตอบในฐานะคนที่มีความรู้และเป็นกลางที่สุด ไม่ได้มีผลได้ผลเสียใดๆ ยกเว้นมีผลได้กับสุขภาพคนไทย ถ้าตระหนักว่ามีอันตรายอย่างแน่นอน และต้องยกเลิกการใช้ให้เร็วที่สุด จึงทำให้ต้องยืนหยัดสู้มาตลอด ผมขอรวบรวมเรียบเรียงเรื่องนี้จากบทความ Exposure to Glyphosate-Based Herbicides and Risk for Non-Hodgkin Lymphoma : A Meta- Analysis and Supporting Evidence ทั้งนี้ เป็นการรวบรวม ข้อมูลความเชื่อมโยงการใช้สารเคมีฆ่าวัชพืช ไกลโฟเซตที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 41% โดยคณะผู้ทำงานจากหลายมหาวิทยาลัยได้แก่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตันซีแอตเติลและโรงเรียนแพทย์ icahn ที่เมาท์ไซนาย นิวยอร์ก งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ซึ่งเป็นการวิจัยที่แม่นยำที่สุดและมีน้ำหนักที่สุดในหมู่งานวิจัยเริ่มจากเท้าความว่าทำไมกลุ่มนี้ถึงสนใจเรื่องนี้ ก็เพราะการใช้สารเคมีตัวนี้ในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 16 เท่าในระหว่างช่วงปี 1992 ถึงปี 2009 โดยเฉพาะหลังจากที่มีการนำสารเคมีตัวใหม่ซึ่งสามารถกำจัดวัชพืชที่ดื้อไกลโฟเซตได้ในปี 1996

PDF Download

 

 

 

 

 

ประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณในระบบบริการสุขภาพ (ตอนที่ 1 ) Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 25 กุมภาพันธ์ 2019

เผยแพร่ไทยรัฐ 24 กพ 2562  https://www.thairath.co.th/content/1497668

โดย หมอดื้อ


พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา กรรมการแพทยสภาได้มาให้ข้อมูลของประเทศไทย สืบเนื่องจากรายงานการวิเคราะห์เรื่องประสิทธิภาพการใช้จ่ายในบริการด้านสุขภาพของนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งเผยแพร่ในวันที่  ๑๙ กันยายน `๒๕๖๑ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (และใช้ข้อมูลการวิเคราะห์ในปีคศ. ๒๐๑๕โดยได้รายงานว่า ประเทศไทยมีการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้จ่ายในการให้บริการสุขภาพดีขึ้นจากลำดับเดิมเมื่อปีที่แล้ว มากกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมด (รายงาน ๕๖ ประเทศ

 กล่าวคือค่าใช้จ่ายต่อหัวของประชาชนลดลงถึง ๔๐% เหลือเพียง ๒๑๙ ดอลล่าร์ อเมริกัน (หรือประมาณ ,๒๐๐ บาท) ต่อปี โดยมีอายุขัยเฉลี่ยของประชาชนเพิ่มขึ้นเป็น ๗๕. ปี 

PDF Download

 

 

 

 

 

Last Updated ( พฤหัสบดี, 28 มีนาคม 2019 )
วิตามินดี กับการป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจ Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 28 มีนาคม 2016

เผยแพร่ไทยรัฐ 10 กพ 2562  https://www.thairath.co.th/content/1492126

โดย หมอดื้อ 


วิตามินดี (Vitamin D) มีหลายชนิด แต่ที่สำคัญในคนก็คือ D2 (Ergocalcoferol) ซึ่งได้มาจากการซึมซับในลำไส้ และ D3 (Cholecalciferol) ได้มาจากการ สังเคราะห์ที่ผิวหนังเวลาโดนแดด (UVB)



และวิตามินดีนี้เป็นวิตามินสำคัญมากในเด็กเพราะถ้าขาดจะเกิดโรคกระดูกอ่อนใน

เด็ก (Rickets) และทำให้กระดูกผิดรูป ส่วนในผู้ใหญ่ก็เป็นได้เหมือนกัน จะทำให้กระดูกนิ่ม (Osteomalacia) และหักหรือแตกง่ายในคนส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นเพราะกินอาหารที่มีวิตามินไม่เพียงพอ และโดนแดดไม่เพียงพอ

PDF Download

 

 

 

 

 

Last Updated ( พฤหัสบดี, 07 มีนาคม 2019 )
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 46 - 60 of 5286