Home
Home
งานวิจัยชี้การรักษาสุขภาพ "ปาก" มีผลดีต่อสุขภาพ "ใจ" Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 23 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 21 .. 2562

เรื่องสุขภาพของช่องปากที่มีผลต่อสุขภาพของส่วนอื่นของร่างกายอาจจะเป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว

แต่ผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่ทางวารสารวิชาการเกี่ยวกับโรคหัวใจของยุโรปชื่อ Journal of Preventive Cardiology เมื่อต้นเดือนธันวาคม จากการตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของชาวเกาหลีกว่า 161,000 คน อาจจะช่วยย้ำความสนใจเรื่องนี้ได้

การศึกษาที่ว่านี้ติดตามข้อมูลด้านสุขภาพของชาวเกาหลีใต้อายุระหว่าง 40–79 ปีเป็นเวลา 10 ปีครึ่ง โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลในทุกด้าน ตั้งแต่รูปแบบการใช้ชีวิต ปัญหาความเจ็บป่วย รวมทั้งสุขภาพของช่องปากด้วย

ผลการศึกษาสรุปว่า ผู้ที่ดูแลสุขภาพของช่องปากเป็นอย่างดี เช่น แปรงฟันวันละหลาย ครั้งจะลดโอกาสความเสี่ยงของโรคหัวใจล้มเหลวและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ atrial fibrillation ลงได้


Read more...
"เดินป่า" ระวัง "โรคสครับไทฟัส" จากตัวไรป่า เสี่ยงแทรกซ้อน-ไตวาย Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 22 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 21 .. 2562

"โรคสครับไทฟัส" โรคที่ติดต่อจากตัวไรป่า อันตรายหากพบ โรคแทรกซ้อน บางรายถึงขั้นไตวาย ไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่กินยาก็หายได้ แพทย์แนะสำหรับผู้ที่ชอบขึ้นเขา เดินป่า ขึ้นดอย โดยเฉพาะภาคเหนือ-อีสาน เสี่ยงที่สุด

โรคติดต่อจาก "ตัวไรป่า" มีรอยเหมือนกับโดนบุหรี่จี้ มีอาการไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว มีแผล เกิดจากตัวไรอ่อนนำพวกเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคสครับไทฟัส ตัวไรอ่อนพวกนี้มันอยู่ตาม ป่า ถ้าคนไปนอนกางเต็นท์ หรือเข้าป่า  ก็จะมีตัวไรเข้ามากัดได้ พอกัดแล้วตัวเชื้อสครับไทฟัสก็จะติด จากนั้นจะมีอาการไข้  ถ้าปล่อยลุกลามก็อันตราย"

"โรคสครับไทฟัสคืออะไร ?

พญ.ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์ ผอ.กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กล่าวถึง "โรคสครับไทฟัสช่วงนี้หลายพื้นที่มีอากาศหนาวเย็น ตามป่าตามเขา จึงเป็นพื้นที่ที่คนมักนิยมไปเที่ยว เดินป่า หรือกางเตนท์นอน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนที่อาศัยอยู่ในป่ากัด จนอาจติดเชื้อและป่วยเป็นโรคสครับไทฟัส (scrub typhus) หรือ โรคไข้รากสาดใหญ่ได้


โรคสครับไทฟัส ติดต่อได้อย่างไร ?

โรคสครับไทฟัสหรือโรคไข้รากสาดใหญ่เกิดจากตัวไรอ่อนกัดหรือดูดเลือด ซึ่งในตัวไรอ่อนจะมีเชื้อ ริกแกตเซีย (rickettsia) เชื้อนี้อาศัยอยู่ในสัตว์ตระกูลฟันแทะ เช่น กระแต กระจ้อน หนู ซึ่งตัวไรอ่อนจะเข้าไปกัดตามตัวโดยเฉพาะที่พบบ่อยคือ บริเวณร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัวบริเวณใต้ราวนม รักแร้ และคอ โดยโรคนี้จะมีระยะฟักตัว โดยเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์


Read more...
“พยาธิตัวตืด” อันตรายจากการกินเนื้อสัตว์ดิบ-ผักสด-อาหารไม่สะอาด Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 20 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 19 .. 2562

รับประทานเนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะเนื้อหมู) และผักสด ควรสังเกตว่าสด ใหม่ และสะอาด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากพยาธิตัวตืด หากสงสัยว่ามีตัวพยาธิในร่างกายให้ไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา


พยาธิตัวตืด มาจากไหน ?

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า โรคพยาธิตัวตืดพบได้ทั่วโลก คนติดพยาธินี้จากการรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุกหรือสุก ดิบ ที่มีถุงซีสต์ ซึ่งมีตัวอ่อนพยาธิอยู่ข้างใน คนทั่วไปเรียกเม็ดสาคู เมื่อเข้าสู่ร่างกายซีสต์จะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยเกาะอยู่ที่ผนังลำไส้เล็กของคนสามารถอยู่ได้นานหลายปี ตัวเต็มวัยมีลำตัวแบนคล้ายริบบิ้น มีสีขาว ยาว 2 ถึง 3 เมตร หรือมากกว่า 


พยาธิตัวตืด แพร่กระจายสู่คนได้อย่างไร ?

พยาธิดำเนินชีวิตครบวงจรในคน หมายความว่าสามารถโตเต็มวัย จนสืบพันธุ์และไข่ปนออกมาทางอุจจาระ บางครั้งอาจมีปล้องพยาธิหลุดปนออกมากับอุจจาระได้ หากไม่ถ่ายอุจจาระลงส้วม จะทำให้ไข่พยาธิออกมาปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม กลายเป็นวงจรแพร่กระจายพยาธิต่อไปอีก 


อาการของคนที่มีพยาธิตัวตืด

ผู้ที่มีพยาธิตืดหมูในลำไส้ คือ

  • หิวบ่อยแต่ผอมลง 

  • น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

  • อาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด 

  • คลื่นไส้ อาเจียน

  • อุจจาระบ่อย เนื่องจากเกิดจากการระคายเคืองต่อลำไส้


อันตรายจากพยาธิตัวตืด

ถ้าหากคนนั้นอาเจียนขย้อนปล้องแก่ของพยาธิชนิดนี้ออกมาจากลำไส้ขึ้นไปที่กระเพาะ พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่ แล้วไชทะลุกระเพาะ หรือลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด หรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อ หรืออวัยวะต่าง เช่น เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ สมอง ไขสันหลัง ตา หัวใจ ตับ ปอด และในช่องท้อง แล้วฝังตัว และมีถุงน้ำหุ้ม


Read more...
ผลวิจัย “โรคอ้วน” ในเด็กตั้งคำถามความสัมพันธ์ของ “สมอง” กับ “น้ำหนักตัว” Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 17 ธันวาคม 2019

VOA รายงาน วันที่ 14 .. 2562

นักวิจัยพิจารณา คำถามมากมายเกี่ยวกับโรคอ้วน เช่น น้ำหนักที่เกินมาตรฐานจะทำให้สมองในส่วนควบคุมและยับยั้งตนเองเล็กลงหรือไม่ โรคอ้วนเป็นผลจากสมองที่แตกต่างกัน หรือแค่พฤติกรรมการบริโภค การใช้ชีวิต สภาพครอบครัว หรือจริงๆ แล้วเป็นผลจากพันธุกรรม

การศึกษาล่าสุดในกลุ่มเยาวชนที่ประเทศสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนในคำอธิบายโรคอ้วนด้วยขนาดของสมอง

สำนักข่าว AP รายงานผลการศึกษาระยะยาวในกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากที่สุดในด้านพัฒนาการสมองและสุขภาพของเด็ก เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและการทำงานของสมอง ล่าสุดผลลัพธ์ยังไม่ชี้ชัด โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าต้องวิเคราะห์ผลการศึกษาอย่างระมัดระวัง

ในบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านสุขภาพของเด็กและเยาวชน JAMA Pediatrics ได้กล่าวถึงการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนัก โครงสร้างสมองและสุขภาพจิต โดยได้คัดเลือกเด็กชาวอเมริกันอายุ 9-10 ปีจำนวน 3,190 คน จำนวนนี้กำหนดให้มีเด็กที่น้ำหนักเกินมาตรฐานราว 1,000 คนเพื่อให้สอดคล้องกับสถิติตัวเลขประชากรน้ำหนักเกินในประเทศสหรัฐฯที่อยู่ในอัตรา 1 ใน 3 การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจสมองด้วยวิธี MRI และให้ทำแบบทดสอบผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อวัดศักยภาพด้านความจำ ความสามารถทางภาษา ตรรกะความคิด และการควบคุมความต้องการของตนเอง

แพทย์หญิง Eliana Perrin ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Duke University ผู้ร่วมเขียนในบทบรรณาธิการดังกล่าว อธิบายว่าเราไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของโรคอ้วนและสมองจะไปในทิศทางใด และเราก็ไม่ได้บอกว่าคนที่เป็นโรคอ้วนจะไม่ฉลาดเท่ากับคนที่มีน้ำหนักในระดับมาตรฐาน


Read more...
พยากรณ์โรคสัปดาห์นี้ เตือนเหนือ-อีสาน ระวังป่วยเชื้อไวรัสจากอากาศหนาว Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 16 ธันวาคม 2019

ผู้จัดการออนไลน์ รายงาน วันที่ 14 .. 2562


พยากรณ์โรครายสัปดาห์ 15-21 .. ระวังป่วยจากอากาศหนาว ทั้งไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ หัด ท้องร่วมจากไวรัสโรตา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ในกลุ่มเสี่ยง


วันนี้ (14 ..) กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ประจำวันที่ 15 - 21 .. 2562 ระวังป่วยโรคติดต่อจากเชื้อไวรัส โดยระบุว่า จากภาวะอากาศหนาวในประเทศไทยปีนี้ เริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้นในหลายโรคสำคัญ เช่น โรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคติดต่อทางเดินอาหาร โดยเฉพาะจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในช่วงกลางคืนและตอนเช้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อาจพบการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาวได้ โดยมีปัจจัยหลายสาเหตุ เช่น การสวมเสื้อผ้าบาง ไม่มีผ้าห่มคลุมเวลานอน มีประวัติดื่มสุรา กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น

Last Updated ( พฤหัสบดี, 02 มกราคม 2020 )
Read more...
ฉีดวัคซีน “ไข้หวัดใหญ่” ป้องกันไข้หวัดธรรมดาด้วยหรือไม่ ? Print
User Rating: / 0
News - News
พุธ, 18 ธันวาคม 2019

สนุกรายงาน วันที่ 18 ธันวาคม 2562


วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัด


วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ฉีดแล้วไม่เป็นหวัด จริงหรือ ?

ผศ. นพ. พิสนธิ์ จงตระกูล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ใช้สารพันธุกรรมจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ตายแล้ว นำมาผลิตเป็นวัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสารพันธุกรรมดังกล่าว ดังนั้นวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงป้องกันได้โรคเดียว คือ โรคไข้หวัดใหญ่

เนื่องจากวัคซีนทำมาจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดโรค แต่จะทำหน้าที่เป็นแอนติเจน (antigen) กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี (antibody) มาเป็นภูมิคุ้มกันโรค ปกป้องเราจากการเป็นโรค


Read more...
แพทย์ผิวหนังเตือน “ต่อเล็บ” เสี่ยงติดเชื้อลุกลาม Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 17 ธันวาคม 2019

สนุกรายงาน วันที่ 17 ธันวาคม 2562


กรมการแพทย์โดยสถาบันโรคผิวหนังเตือนต่อเล็บที่กำลังนิยมทำเล็บให้ยาวและสีสันสวยงาม ติดทนโดยการต่อเล็บเจล หรืออะครีลิค ซึ่งมีสารที่อาจทำให้เกิดการแพ้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผู้ใช้บริการที่นิยมทำเล็บมือ และเท้า ควรเลือกร้านที่สะอาดปลอดภัย

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การทำเล็บได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายและยาวนาน ปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีและวัสดุต่าง เพื่อช่วยในการประกอบการทำเล็บให้คงทน และสวยงามมากยิ่งขึ้น

ทำเล็บ เสี่ยงเล็บเสีย

การทำเล็บอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของเล็บตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีที่เล็บเป็นสีเหลือง แดงส้ม ตามหลังการทาสีเล็บทิ้งไว้โดยไม่ล้างออก หรืออาจพบว่ามีจุดขาวที่เล็บ แม้แต่การแช่เล็บเท้าก็ยังพบว่ามีรายงานการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการต่อเล็บคือการทำให้เล็บมีความยาวเพิ่มมากขึ้น เพื่อความสวยงาม มีวิธีกระบวนการที่หลากหลาย ดังนั้นก่อนตัดสินใจต่อเล็บควรป้องกันอันตรายที่จะตามมาหลังจากการต่อเล็บ


ต่อเล็บ เสี่ยงเล็บเปราะ-ติดเชื้อ

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า การใช้เล็บพลาสติก เพื่อให้เล็บยาวขึ้นจะต้องใช้กาวเพื่อยึดติด ในกาวมักมีสารที่อาจก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้สัมผัสได้ มีรายงานในบางรายพบว่าเกิดอาการเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบหรือหอบหืด พบอาการเล็บเปราะหรือเกิดการแยกเป็นโพรงที่ปลายเล็บ การที่ชั้นของเล็บแยกออกจากกันทำให้โครงสร้างของเล็บไม่สามารถป้องกันเชื้อโรค อาจติดเชื้อรา  หรือเชื้อแบคทีเรียได้ ส่วนการต่อเล็บโดยใช้อะครีลิค การต่อเล็บชนิดนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อที่เล็บในบางรายพบว่าสีของเล็บเปลี่ยนแปลงไป หรือพบมีสะเก็ดขุยที่ใต้เล็บเพิ่มมากขึ้น มีรายงานว่าทำให้เกิดอาการชาที่ปลายประสาททำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส หรือบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น บริเวณเปลือกตา บางรายมีอาการหอบหืด เป็นต้น


Read more...
“แมลงกัด-ต่อย” แบบไหนควรไปโรงพยาบาล ? Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 16 ธันวาคม 2019

สนุกรายงาน วันที่ 16 ธันวาคม 2562


ในสภาพอากาศร้อนชื้นในบ้านเรา เป็นภูมิอากาศที่ดีของแมลงต่าง หลากหลายสายพันธุ์ มีตั้งแต่แมลงเล็ก แต่กัดเจ็บและคันยิบ อย่าง มด ไปจนถึงแมลงที่ใครหลายคนกลัวเพราะมีพิษ อย่าง แมงมุมมีพิษ ผึ้ง ตัวต่อ แมลงก้นกระดก เป็นต้น หากมีอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาเองที่บ้านได้ แต่หากมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเกิดอาการแพ้ต่อพิษของแมลงได้


อันตรายจากแมลงสัตว์กัดต่อย

.ดร.นพ. เผด็จ สิริยะเสถียร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หากเป็นแมลงที่ไม่มีพิษ หรือมีพิษอ่อน ที่ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้เองอย่าง ยุง มด เราอาจปล่อยให้แผลบวม คัน ที่เกิดขึ้นหายเอง หรือทายาเพื่อเร่งการรักษาให้หายไวขึ้น ไม่ทิ้งรอยเการอยดำเอาไว้ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ คุณอาจมีอาการแพ้ต่อแมลงเหล่านั้น ซึ่งหากมีอาการแพ้แบบไม่เคยทราบมาก่อน และมีอาการแพ้รุนแรง อาจเป็นอันตรายได้

 
วิธีสังเกตว่าแพ้แมลงกัดต่อยหรือไม่

หากไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีอาการแพ้ต่อแมลงชนิดใดกัดหรือต่อยมาก่อนหรือไม่ ให้สังเกตอาการหลังโดนแมลงกัดต่อยราว 15-30 นาทีว่ามีอาการอื่น เกิดขึ้นหรือไม่ เช่น ใบหน้าบวม ดวงตา หรือริมฝีปากบวม หายใจติดขัด หรือเริ่มหายใจไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์


Read more...
มีไข้-ออกผื่นแดงนูน เสี่ยง "โรคหัด" และอันตรายจากภาวะแทรกซ้อน Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 15 ธันวาคม 2019

สนุกรายงาน วันที่ 15 ธันวาคม 2562


เด็กเล็กมีไข้-ออกผื่นนูนแดงตามตัว เสี่ยงโรคหัด เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต แนะฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ 


โรคหัด ยังพบระบาดต่อเนื่อง

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานข่าวพบการระบาดของโรคหัดในหลายภูมิภาคของโลกอย่างต่อเนื่อง นั้น กรมควบคุมโรค ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมโรค จึงได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กองระบาดวิทยา และกองโรคป้องกันด้วยวัคซีน ติดตามและประเมินสถานการณ์ของโรคหัดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และทำการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดและดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไป


สาเหตุของโรคหัด

โรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในจมูกและลำคอผู้ป่วย โดยติดต่อผ่านทางการน้ำลาย ละอองน้ำลายจากการไอ หรือจาม จากผู้ป่วยคนอื่น หรือการสัมผัสกับน้ำลายแล้วหยิบจับอาหารเข้าปาก เป็นต้น


อาการของโรคหัด

อาการที่พบบ่อยของโรคหัด คือ ไข้ออกผื่น โดยมักมีอาการไข้สูงประมาณ 3-4 วัน แล้วเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้น โดยผื่นเริ่มขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปยังใบหน้าบริเวณชิดขอบผม แล้วแพร่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา เมื่อผื่นแพร่กระจายทั่วตัว ประมาณ 2-3 วัน ไข้จะค่อยๆ ลดลง และผื่นก็จะค่อยๆจางหายไป ผิวหนังบริเวณที่เป็นผื่นมากอาจจะลอกเป็นขุย หรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นได้


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ คือ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสีย และสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นโรคหัด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาทันที

Read more...
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 31 - 45 of 5397