Home
Home
“นอนกัดฟัน” กับ 5 อาการเสี่ยงอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์ Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 27 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 26 .. 2562

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ประชากรโลกกว่าร้อยละ 45 เคยมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งจากการนอน เช่น นอนละเมอ นอนกรน หรือนอนกัดฟัน ในขณะที่ร้อยละ 35 มีอาการนอนไม่หลับ เมื่อนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ รู้สึกง่วงและหาวอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือ ประสิทธิภาพในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงระหว่างวันลดลง


นอนกัดฟัน อันตรายเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

.พญ.บุษราคัม ชัยทัศนีย์ คณะกรรมการประจำศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เผยถึง อันตรายเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้ามจากการนอนกัดฟัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่โรคผิดปกติจากการหลับได้ในวารสารฬ.จุฬา โรงพยาบาลจุฬาฯ โดยอ.พญ.บุษราคัมอธิบายว่าการนอนกัดฟันนั้นเป็นความเสี่ยงที่พบได้จากโรคปกติจากการนอนหลับ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มารักษาที่ศูนย์นิทราเวชมักไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองมีปัญหานอนกัดฟัน แต่มาตรวจพบที่หลัง


สาเหตุของการนอนกัดฟัน

สาเหตุการนอนกัดฟันเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวขณะหลับเป็นผลทำให้มีการกัดเน้นฟัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งปกติ ที่น่าสนใจ คือการนอนกัดฟันจะพบในช่วงวัยเด็กมากที่สุด ร้อยละ 15-40 ขณะที่ในช่วงวัยผู้ใหญ่จะพบเพียงร้อยละ 8-10

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการนอนกัดฟันจะต้องประสบกับปัญหาโรคผิดปกติจากการหลับกล่าวคือ การนอนกัดฟันยังสามารถเกิดจากปัจจัยชั่วคราวได้อีกด้วยเนื่องจากการนอนกัดฟันของแต่ละคนมีความถี่ไม่เท่ากันถ้าการนอนกัดฟัน เป็นเพียงสภาวะชั่วคราวที่เกิดจากความเครียด

นอกจากนี้ การใช้ยาหรือสารเสพติดบางประเภท หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ก็อาจเป็นสาเหตุของการนอนกัดฟันได้ แต่ให้สังเกตอาการไปก่อน


อาการเสี่ยงอันตรายจากการนอนกัดฟัน

หากมีอาการที่เกี่ยวข้องกับการกัดฟันมากขึ้น ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพราะอาจมีความผิดปกติขณะนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจ ได้

  1. ตื่นเช้ามาปวดขากรรไกรปวดศีรษะ

  2. เสียวฟัน

  3. ฟันสึก

  4. มีแผลในปาก หรือกระพุ้งแก้ม

  5. ฟันโยก

Read more...
“ไข้เลือดออก” VS “ไข้หวัด” VS “ชิคุนกุนยา” แตกต่างกันอย่างไร ? Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 27 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 26 .. 2562

โรคที่มีอาการไข้เป็นอาการแรก อาจสร้างความสับสนให้กับผู้ป่วยได้วากำลังป่ยป้นโรคอะไรกันแน่ หากจริง แล้วเป็นไข้เลือดออก แต่คิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา อาจชะล่าใจจนปล่อยให้มีอาการหนักจนอาจรักษาไม่ทัน และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการเรียนรู้อาการที่แตกต่างของแต่ละโรคจะช่วยจำแนกระดับอาการของโรคได้คร่าว และช่วยให้หายได้เร็วขึ้น เสี่ยงอันตรายน้อยลง


อาการของโรคไข้หวัด

  • มีไข้ อาจจะไข้สูง หรือต่ำ

  • คัดจมูก

  • เจ็บคอ

  • ปวดศีรษะ

  • ปวดกล้ามเนื้อ

  • ไอ

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

  • อาการดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หลังรับประทานยาลดไข้ และยาลดอาการอื่นๆ


อาการของไข้เลือดออก

  • ไข้สูงลอย 2-7 วัน ไข้ขึ้นอย่างฉับพลัน และมักสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส

  • ไม่มีอาการน้ำมูกไหล หรืออาการไอ

  • เบื่ออาหาร

  • อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

  • ผื่นขึ้นที่ผิวหนังเป็นจุดเลือดเล็กๆ กระจายตามแขน ขา ลำตัว รักแร้

  • อาจมีเลือดกำเดาหรือเลือดออกตามไรฟัน

  • อาจถ่ายอุจจาระเป็นเลือด โดยอุจจาระเป็นสีดำ

  • มีอาการตับโต กดเจ็บ ในระยะ 3-4 วันหลังเริ่มมีอาการป่วยวันแรก



อาการของโรคชิคุนกุนยา (โรคไข้ปวดข้อยุงลาย)

  • มีไข้สูง บางรายสูงถึง 40 องศาเซลเซียส แต่ในบางรายก็อาจมีไข้ต่ำ

  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดบริเวณข้อเป็นอย่างมาก ค่อยๆ ปวดเพิ่มไปทีละข้อ โดยเป็นข้อเล็ก ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา

  • มีผื่นแดงขึ้นคล้ายกับโรคไข้เลือดออกที่บริเวณลำตัว แต่บางกรณีก็สามารถพบได้ที่แขน ขาด้วยเช่นกัน

  • มีอาการปวดหัว ปวดตา ตาแดง ตาไม่สู้แสงเล็กน้อย รวมไปถึงมีอาการอ่อนเพลีย

 

อย่างไรก็ตาม อาจมีรายละเอียดอาการอื่น ที่เราอาจไม่ทันได้สังเกต และอาจวินิจฉัยโรคด้วยตนเองผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นจำเอาไว้ง่าย ว่า หากมีไข้สูงติดต่อกันมากกว่า 3-4 วัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอีนดจะดีที่สุด

“จุลินทรีย์” ที่ดีต่อร่างกาย มีอะไรบ้าง ? อยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง ? Print
User Rating: / 0
News - News
พุธ, 25 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 24 .. 2562

เชื้อจุลินทรีย์ไม่ได้ทำร้ายร่างกายเราเสมอไป ยังมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพที่เราควรรักษาเอาไว้ให้อยู่ในลำไส้ของเราไปนาน โดยบริโภคอาหารที่มีจุลินทรีย์เหล่านี้เข้าไปในท้องเป็นประจำ


จุลินทรีย์ดี ที่มากับอาหารอร่อย ไม่ได้มาพร้อมกับรสชาติอาหารที่ดีเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และช่วยในการทำงานของระบบขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น พูดง่าย ว่าอาหารที่มีจุลินทรีย์บางชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนี้ สามารถช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารง่ายขึ้น และการขับถ่ายง่ายขึ้นนั่นเอง

อาหารหมักดอง (บางประเภท) อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย

อาหารหมักดองบางประเภท มีจุลินทรีย์ที่เราควรรักษาเอาไว้ในลำไส้ เช่น

  • โยเกิร์ต

  • นมเปรี้ยว

  • ถั่วหมัก (นัตโตะ)

  • มิโซะ

  • กิมจิ

  • ผักเสี้ยนดอง

  • ชาหมัก (คอมบูชา)

  • ซาวเคราท์ (กะหล่ำปลีเปรี้ยวของเยอรมัน)

เป็นต้น


Read more...
8 โรคอันตรายหากไม่ “ล้างมือ” ให้สะอาดจนติดเป็นนิสัย Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 24 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 23 .. 2562

สุขภาพดี เริ่มต้นที่การล้างมือไม่ได้เป็นประโยคลอยๆ ที่ไม่มีหลักฐานอ้างอิง เพราะนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าจากข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ พบว่าในแต่ละปีมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงประมาณ 3.5 ล้านคน และโรคปอดบวมประมาณ 25% การล้างมือที่ถูกต้องเป็นการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อีกทางหนึ่ง โดยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ถึง 50% เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพอนามัยที่ดี

แต่ที่น่าเป็นห่วง คนไทยส่วนน้อยยังคงไม่คำนึงถึงความสำคัญของการมีมือที่สะอาดเพียงพอ โดยนายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ผลการสำรวจจากคนไทยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 512 คน ผลปรากฏว่ามีกลุ่มตัวอย่างที่มีพฤติกรรมมือสะอาด คือล้างมือฟอกสบู่ติดเป็นนิสัย กระทำทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำห้องส้วม และก่อนรับประทานอาหาร 25% หรือ 1 ใน 4 คน ส่วนใหญ่คือ 72% หลังเข้าห้องน้ำจะล้างมือบ้างไม่ล้างมือบ้าง และไม่เคยล้างมือเลย 3% ซึ่ง 2 กลุ่มหลังนี้ มีความเสี่ยงติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับมือ ไปสู่คนอื่นได้

 มาดูกันดีกว่าว่า หากเราไม่ล้างมือให้สะอาดจนติดเป็นนิสัย จะเสี่ยงโรคอะไรบ้าง


8 โรคอันตรายหากไม่ล้างมือให้สะอาดจนติดเป็นนิสัย

  1. โรคอุจจาระร่วง

มาจากเชื้อโรคหลากหลายชนิด เช่น อีโคไล ที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสที่มีอยู่ในอุจจาระ สามารถปนเปื้อนมากับวัตดุดิบที่นำมาปรุงอาหาร และการสัมผัสจากมือที่หยิบจับอาหาร วัตถุดิบที่มีเชื้อไวรัสปะปน ไม่ได้ทำความสะอาดให้ดีพอ

  1. โรคตับอักเสบชนิดเอ

เชื้อโรคตับอักเสบชนิดเอจะอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วย โดยสามารถติดต่อจากคนสู่คนโดยเชื้อเข้าสู่ปาก ซึ่งอาจมาจากการหยิบจับอาหารเข้าปากโดยตรง การใช้มือที่ติดเชื้อโรคสัมผัสจานชามช้อนส้อม หรือสัมผัสวัตถุดิบที่รับประทานสดอย่างผักผลไม้ต่างๆ

  1. โรคบิด

ผู้ติดเชื้อส่วนมากจะเป็นพวกที่ไม่ทำความสะอาดมือหลังจากถ่ายอุจจาระ การแพร่เชื้อโดยการสัมผัสทางตรงกับสิ่งของต่าง หรือสัมผัสทางอ้อมกับอาหาร ส่วนการแพร่เชื้อผ่านทางน้ำและอาหารโดย แมลงสาบ และแมลงวัน เกิดขึ้นได้จากสัตว์เหล่านี้นำเชื้อมาปนเปื้อน

  1. โรคอหิวาตกโรค

การติดต่อของโรคอหิวาตกโรคเกิดขึ้นโดยการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อที่มีชีวิตปนอยู่ โดยเชื้อโรคสามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำได้เป็นเวลานาน รวมถึงการรับประทานอาหารทะเลดิบ หรืออาหารดิบๆ สุกๆ และการใช้มือสัมผัสอาหารดิบ หรือน้ำที่มีเชื้อ จับต้องสัมผัสอาหารอื่นๆ รวมถึงจานชามช้อนส้อม

Read more...
งานวิจัยชี้การรักษาสุขภาพ "ปาก" มีผลดีต่อสุขภาพ "ใจ" Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 23 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 21 .. 2562

เรื่องสุขภาพของช่องปากที่มีผลต่อสุขภาพของส่วนอื่นของร่างกายอาจจะเป็นสิ่งที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว

แต่ผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่ทางวารสารวิชาการเกี่ยวกับโรคหัวใจของยุโรปชื่อ Journal of Preventive Cardiology เมื่อต้นเดือนธันวาคม จากการตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของชาวเกาหลีกว่า 161,000 คน อาจจะช่วยย้ำความสนใจเรื่องนี้ได้

การศึกษาที่ว่านี้ติดตามข้อมูลด้านสุขภาพของชาวเกาหลีใต้อายุระหว่าง 40–79 ปีเป็นเวลา 10 ปีครึ่ง โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลในทุกด้าน ตั้งแต่รูปแบบการใช้ชีวิต ปัญหาความเจ็บป่วย รวมทั้งสุขภาพของช่องปากด้วย

ผลการศึกษาสรุปว่า ผู้ที่ดูแลสุขภาพของช่องปากเป็นอย่างดี เช่น แปรงฟันวันละหลาย ครั้งจะลดโอกาสความเสี่ยงของโรคหัวใจล้มเหลวและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ atrial fibrillation ลงได้


Read more...
"เดินป่า" ระวัง "โรคสครับไทฟัส" จากตัวไรป่า เสี่ยงแทรกซ้อน-ไตวาย Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 22 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 21 .. 2562

"โรคสครับไทฟัส" โรคที่ติดต่อจากตัวไรป่า อันตรายหากพบ โรคแทรกซ้อน บางรายถึงขั้นไตวาย ไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่กินยาก็หายได้ แพทย์แนะสำหรับผู้ที่ชอบขึ้นเขา เดินป่า ขึ้นดอย โดยเฉพาะภาคเหนือ-อีสาน เสี่ยงที่สุด

โรคติดต่อจาก "ตัวไรป่า" มีรอยเหมือนกับโดนบุหรี่จี้ มีอาการไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว มีแผล เกิดจากตัวไรอ่อนนำพวกเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคสครับไทฟัส ตัวไรอ่อนพวกนี้มันอยู่ตาม ป่า ถ้าคนไปนอนกางเต็นท์ หรือเข้าป่า  ก็จะมีตัวไรเข้ามากัดได้ พอกัดแล้วตัวเชื้อสครับไทฟัสก็จะติด จากนั้นจะมีอาการไข้  ถ้าปล่อยลุกลามก็อันตราย"

"โรคสครับไทฟัสคืออะไร ?

พญ.ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์ ผอ.กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กล่าวถึง "โรคสครับไทฟัสช่วงนี้หลายพื้นที่มีอากาศหนาวเย็น ตามป่าตามเขา จึงเป็นพื้นที่ที่คนมักนิยมไปเที่ยว เดินป่า หรือกางเตนท์นอน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกตัวไรอ่อนที่อาศัยอยู่ในป่ากัด จนอาจติดเชื้อและป่วยเป็นโรคสครับไทฟัส (scrub typhus) หรือ โรคไข้รากสาดใหญ่ได้


โรคสครับไทฟัส ติดต่อได้อย่างไร ?

โรคสครับไทฟัสหรือโรคไข้รากสาดใหญ่เกิดจากตัวไรอ่อนกัดหรือดูดเลือด ซึ่งในตัวไรอ่อนจะมีเชื้อ ริกแกตเซีย (rickettsia) เชื้อนี้อาศัยอยู่ในสัตว์ตระกูลฟันแทะ เช่น กระแต กระจ้อน หนู ซึ่งตัวไรอ่อนจะเข้าไปกัดตามตัวโดยเฉพาะที่พบบ่อยคือ บริเวณร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ลำตัวบริเวณใต้ราวนม รักแร้ และคอ โดยโรคนี้จะมีระยะฟักตัว โดยเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์


Read more...
“พยาธิตัวตืด” อันตรายจากการกินเนื้อสัตว์ดิบ-ผักสด-อาหารไม่สะอาด Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 20 ธันวาคม 2019

สนุก รายงาน วันที่ 19 .. 2562

รับประทานเนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะเนื้อหมู) และผักสด ควรสังเกตว่าสด ใหม่ และสะอาด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากพยาธิตัวตืด หากสงสัยว่ามีตัวพยาธิในร่างกายให้ไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา


พยาธิตัวตืด มาจากไหน ?

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลว่า โรคพยาธิตัวตืดพบได้ทั่วโลก คนติดพยาธินี้จากการรับประทานเนื้อหมูที่ปรุงไม่สุกหรือสุก ดิบ ที่มีถุงซีสต์ ซึ่งมีตัวอ่อนพยาธิอยู่ข้างใน คนทั่วไปเรียกเม็ดสาคู เมื่อเข้าสู่ร่างกายซีสต์จะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยเกาะอยู่ที่ผนังลำไส้เล็กของคนสามารถอยู่ได้นานหลายปี ตัวเต็มวัยมีลำตัวแบนคล้ายริบบิ้น มีสีขาว ยาว 2 ถึง 3 เมตร หรือมากกว่า 


พยาธิตัวตืด แพร่กระจายสู่คนได้อย่างไร ?

พยาธิดำเนินชีวิตครบวงจรในคน หมายความว่าสามารถโตเต็มวัย จนสืบพันธุ์และไข่ปนออกมาทางอุจจาระ บางครั้งอาจมีปล้องพยาธิหลุดปนออกมากับอุจจาระได้ หากไม่ถ่ายอุจจาระลงส้วม จะทำให้ไข่พยาธิออกมาปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม กลายเป็นวงจรแพร่กระจายพยาธิต่อไปอีก 


อาการของคนที่มีพยาธิตัวตืด

ผู้ที่มีพยาธิตืดหมูในลำไส้ คือ

  • หิวบ่อยแต่ผอมลง 

  • น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

  • อาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด 

  • คลื่นไส้ อาเจียน

  • อุจจาระบ่อย เนื่องจากเกิดจากการระคายเคืองต่อลำไส้


อันตรายจากพยาธิตัวตืด

ถ้าหากคนนั้นอาเจียนขย้อนปล้องแก่ของพยาธิชนิดนี้ออกมาจากลำไส้ขึ้นไปที่กระเพาะ พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่ แล้วไชทะลุกระเพาะ หรือลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด หรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อ หรืออวัยวะต่าง เช่น เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ สมอง ไขสันหลัง ตา หัวใจ ตับ ปอด และในช่องท้อง แล้วฝังตัว และมีถุงน้ำหุ้ม


Read more...
ผลวิจัย “โรคอ้วน” ในเด็กตั้งคำถามความสัมพันธ์ของ “สมอง” กับ “น้ำหนักตัว” Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 17 ธันวาคม 2019

VOA รายงาน วันที่ 14 .. 2562

นักวิจัยพิจารณา คำถามมากมายเกี่ยวกับโรคอ้วน เช่น น้ำหนักที่เกินมาตรฐานจะทำให้สมองในส่วนควบคุมและยับยั้งตนเองเล็กลงหรือไม่ โรคอ้วนเป็นผลจากสมองที่แตกต่างกัน หรือแค่พฤติกรรมการบริโภค การใช้ชีวิต สภาพครอบครัว หรือจริงๆ แล้วเป็นผลจากพันธุกรรม

การศึกษาล่าสุดในกลุ่มเยาวชนที่ประเทศสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนในคำอธิบายโรคอ้วนด้วยขนาดของสมอง

สำนักข่าว AP รายงานผลการศึกษาระยะยาวในกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากที่สุดในด้านพัฒนาการสมองและสุขภาพของเด็ก เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและการทำงานของสมอง ล่าสุดผลลัพธ์ยังไม่ชี้ชัด โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าต้องวิเคราะห์ผลการศึกษาอย่างระมัดระวัง

ในบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านสุขภาพของเด็กและเยาวชน JAMA Pediatrics ได้กล่าวถึงการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนัก โครงสร้างสมองและสุขภาพจิต โดยได้คัดเลือกเด็กชาวอเมริกันอายุ 9-10 ปีจำนวน 3,190 คน จำนวนนี้กำหนดให้มีเด็กที่น้ำหนักเกินมาตรฐานราว 1,000 คนเพื่อให้สอดคล้องกับสถิติตัวเลขประชากรน้ำหนักเกินในประเทศสหรัฐฯที่อยู่ในอัตรา 1 ใน 3 การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจสมองด้วยวิธี MRI และให้ทำแบบทดสอบผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อวัดศักยภาพด้านความจำ ความสามารถทางภาษา ตรรกะความคิด และการควบคุมความต้องการของตนเอง

แพทย์หญิง Eliana Perrin ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Duke University ผู้ร่วมเขียนในบทบรรณาธิการดังกล่าว อธิบายว่าเราไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของโรคอ้วนและสมองจะไปในทิศทางใด และเราก็ไม่ได้บอกว่าคนที่เป็นโรคอ้วนจะไม่ฉลาดเท่ากับคนที่มีน้ำหนักในระดับมาตรฐาน


Read more...
พยากรณ์โรคสัปดาห์นี้ เตือนเหนือ-อีสาน ระวังป่วยเชื้อไวรัสจากอากาศหนาว Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 16 ธันวาคม 2019

ผู้จัดการออนไลน์ รายงาน วันที่ 14 .. 2562


พยากรณ์โรครายสัปดาห์ 15-21 .. ระวังป่วยจากอากาศหนาว ทั้งไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ หัด ท้องร่วมจากไวรัสโรตา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ในกลุ่มเสี่ยง


วันนี้ (14 ..) กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ประจำวันที่ 15 - 21 .. 2562 ระวังป่วยโรคติดต่อจากเชื้อไวรัส โดยระบุว่า จากภาวะอากาศหนาวในประเทศไทยปีนี้ เริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้นในหลายโรคสำคัญ เช่น โรคติดต่อทางเดินหายใจ โรคติดต่อทางเดินอาหาร โดยเฉพาะจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในช่วงกลางคืนและตอนเช้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อาจพบการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาวได้ โดยมีปัจจัยหลายสาเหตุ เช่น การสวมเสื้อผ้าบาง ไม่มีผ้าห่มคลุมเวลานอน มีประวัติดื่มสุรา กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นต้น

Last Updated ( พฤหัสบดี, 02 มกราคม 2020 )
Read more...
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 31 - 45 of 5401