Home
Home
กัญชา การออกฤทธิ์และประโยชน์ (ตอนที่ 2) Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 14 ตุลาคม 2019

ไทยรัฐออนไลน์ รายงาน วันที่ 13 .. 2562 https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/health/1680980



กลับมาในเนื้อหาตอนสองจะได้นำเรื่องกัญชาโดยเรียบเรียงจาก บทความเรื่องอนาคตของอายุรกรรมประสาทกับกัญชาเพื่อการรักษา “Cannabis Therapeutics and the Future of Neurology” ใน frontiers in Integrative Neuroscience

โรคแรกที่นำมาพูดถึงคือลมชัก (epilepsy) เป็นโรคซึ่งได้รับการยอมรับว่าสามารถใช้กัญชาในการช่วยลดความถี่และความรุนแรงของโรคได้ มีการทดลองในหนูตั้งแต่เมื่อปี 1960 ซึ่งพบว่า THC มีฤทธิ์หยุดการชักได้ดีที่สุด (ED50 80 mg/kg) รองลงมาคือ CBD (ED50 120 mg/kg) และสุดท้ายตัว THCA-A (200 mg/kg)

ซึ่งรู้จักกันรวมๆว่าทำงานร่วมกับสาร terpenoid หลังจากนั้นพบว่า THC มีฤทธิ์ต้านการชักได้ดีกว่ายากันชักบางตัว (pheno-barbital หรือ phenytoin) เสียอีก

ถัดมาในปี 1979 จุดสนใจตกมาที่ CBD เพราะมีฤทธิ์ต้านการชัก ถึงจะไม่ดีเท่า THC แต่ไม่มีผลข้างเคียงทางจิต นอกจากการต้านการชัก ในทุกๆครั้งที่ชักจะมีความเสียหายเกิดขึ้นในสมอง การกระตุ้นระบบ endocannabinoid ในสมองนั้นจะช่วยลดความเสียหายของเซลล์สมองได้ด้วยกลไกการลด glutamate excitotoxicity และจะเป็นผลดีต่อผู้ป่วยที่ยังไม่สามารถคุมอาการชักได้สนิท


การเริ่มใช้ในคนชักในยุคนี้มีปรากฏในบทความเริ่มตั้งแต่ในช่วงปี 2003 เป็นต้นมา เป็นการใช้ในเด็กที่มีสมองผิดปกติมาตั้งแต่เกิด เป็นรายๆไปมาถึงในปี 2010 เมื่อเกิดความสนใจจากบริษัทยาในการนำ CBD มาเป็นยากันชัก ทำเป็นโครงการที่ใช้ CBD ในเด็กที่มีอาการชักไม่หยุดจากโรคทางสมอง (Dravet syndrome)

จึงทำให้เป็นจุดสนใจของคนทั่วๆไป ถึงขนาดที่บางครอบครัวยอมย้ายบ้านมาที่รัฐโคโลราโดซึ่งเปิดให้ใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายก่อนที่อื่น

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความสงสัยอยู่ในใจหลายๆคน เพราะได้ยินมาตลอด ว่ากัญชาเป็นสิ่งไม่ดี เป็นยาเสพติด จน ขณะนี้มีบริษัทยาผลิตสารสกัด CBD ออกมาชื่อ Epidiolex และมีการทดลองในปี 2016 พบว่า การใช้ CBD ช่วยลดการชักได้มากกว่า 55% และช่วยทำให้การดูแลเด็กที่เป็นโรคลมชักจากสมองผิดปกติง่ายขึ้น (Dravet and Lennox-Gastaut Syndrome) จนในปี 2018 ก็ได้รับการรับรองโดย FDA เพื่อการรักษาลมชัก

แต่ด้วยราคาที่แพงมากของ Epidiolex หมอบางคนจึงเลือกที่จะให้คนไข้ใช้กัญชาที่ไม่ได้ สกัดมาแค่ CBD แต่เป็นสารสกัดที่มีทั้ง THC, CBD และสารตัวอื่นๆ ไม่ได้เลือกชนิด และพบว่าใช้แบบไม่แยกสารนั้นช่วยลดลมชักได้ดีกว่าเดิมเสียอีก ซึ่งก็เป็นที่สันนิษฐานว่าสารแต่ละตัวในกัญชาสามารถทำงานร่วมกันในการช่วยหยุดการชัก (synergistic effect) และก็อย่างที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้นว่า THC มีฤทธิ์กันชักดีกว่า CBD แต่ติดที่จะไม่สามารถใช้ในคนที่เป็นโรคทางจิตบางประเภทได้

ต่อไปเป็น มะเร็งสมอง การใช้ในโรคมะเร็งนั้น กัญชาเหมือนเป็นความคาดหวังและที่พึ่งทางใจในผู้ป่วยมะเร็งโดยจะช่วยให้สบายขึ้นและอาจจะมีฤทธิ์ช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ก็ไม่ได้ผิดนัก เพราะมีการกล่าวถึงฤทธิ์กัญชาในการฆ่าเซลล์มะเร็งมาตั้งแต่ยุคอียิปต์และในยุโรปช่วงเรเนซองส์

จากนั้นก็เว้นว่างมาจนถึงการตีพิมพ์ในบทความปี 1975

แต่จากนั้นก็เว้นห่างมาอีกถึงปี 1998 ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่า THC มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งสมอง (glioma) ได้ จากนั้นในปี 2004 ก็พบว่า CBD เองก็สามารถทำลายเซลล์มะเร็งสมองได้เช่นกัน ต่อมาจนปี 2006 มีการฉีด THC เข้าไปในก้อนมะเร็งสมองของคน (glioblastoma multiforme) พบว่าช่วยยืดอายุของผู้ป่วยได้ในระดับหนึ่ง

ต่อมาในปี 2011 ที่แคนาดามีเด็กสองคนพบว่า มะเร็งสมอง (pilocytic astrocytoma) ยุบลงหมดหลังจากสูบกัญชา และในปีเดียวกันพบว่าใช้กัญชากับยาคีโม (temozolomide) รักษามะเร็งสมอง (glioma) รักษามะเร็งได้ดีกว่าใช้คีโมเฉยๆ และเป็นการศึกษาแบบสุ่ม (Randomised controlled trial)

ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายืดอายุคนไข้ไปได้เฉลี่ยเกือบปี

นอกจากนั้นผลข้างเคียงก็ไม่ได้มากกว่ากลุ่มที่ได้แค่คีโมอย่างเดียว และในปี 2017 ก็ได้คำอธิบายกลไกเพราะพบว่า THCA สามารถกระตุ้นตัวรับสัญญาณ (PPAR-gamma) ซึ่งรับผิดชอบในการจัดการเซลล์มะเร็งโดยไม่มีผลต่อเซลล์ปกติ (apoptosis by binding to transcription factor on nuclear membranes)

เพราะเมื่อมันไปเกาะติดตัวรับสัญญาณมันจะหยุดการเพิ่มจำนวนเซลล์ ไม่แน่มันอาจจะสามารถช่วยจัดการก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็ง (meningioma) ได้ก็ได้

พาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากการตายของสมองส่วนกลาง (substantia nigra) จากโปรตีนผิดปกติที่เพิ่มความเข้มข้นในสมองและเกาะตัวเป็นจำนวนมากซึ่งเรียกว่าโปรตีน alpha synuclein และสุดท้ายมันก็จะแพร่กระจายไปทั่วสมอง โรคพาร์กินสันนี้เป็นโรคที่หมอสนใจที่จะเอากัญชามาใช้มากที่สุด แต่ไม่ได้เป็นคนแรกๆที่เอามาใช้หรอกนะ มีการจดไว้ตั้งแต่ปี 1888 หลังจากมีหมอชาวอังกฤษเริ่มใช้กัญชงจากอินเดียในการรักษาพาร์กินสัน

แต่ก็ผ่านมาอีกเนิ่นนานกว่าจะมีการนำมาใช้อย่างจริงจัง ก็ผ่านไปอีกเป็นร้อยปี เริ่มมาจากปี 2004 ที่นักวิจัยใช้สารสกัด THC ต่อ CBD ในโรคนี้แต่ไม่พบว่าได้ผล แต่อีกการศึกษาในยุโรปพบว่าคนไข้ที่เคี้ยวใบกัญชา อาการสั่น ตัวแข็ง และขยับช้า ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจะดีที่สุดเมื่อใช้ยาวเกิน 3 เดือนขึ้นไป

ในปี 2009 พบว่า CBD ช่วยในอาการประสาทหลอนในคนไข้พาร์กินสัน นอกจากนั้นในปี 2014 ก็พบว่ามันยังช่วยในการนอนหลับและที่สำคัญอารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย แต่ถ้ามันได้แค่ช่วยอาการดีขึ้นสุดท้ายก็แย่อยู่ดี งั้นใช้ยาปัจจุบันที่มีอยู่ก็ได้กระมัง

จุดที่ทำให้หมอสนใจที่สุดคือมันอาจจะหยุดการแพร่กระจายของโปรตีนผิดปกตินี่ก็เป็นได้.

หมอดื้อ


เตือนภัย! "พิษเห็บ" เกาะดวงตาจนอักเสบติดเชื้อ Print
User Rating: / 0
News - News
พฤหัสบดี, 15 ธันวาคม 2016

Thaipbs รายงานวันที่ 30 ตุลาคม 2562


นักท่องเที่ยวโพสต์เตือนภัยเจอเห็บซุกใต้เปลือกตา จนบวมเป่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 3 วัน โดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ระบุเห็บมีหลายชนิด บางชนิดเป็นพาหะนำโรคได้ เช่น โรคไทฟัส โรคไข้ กลับซ้ำ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ขณะที่อีกรายเจอเห็บเกาะใบหูนึกว่าไฝ

วันนี้ (30 ..2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อเหนาะ เหนาะ โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยจากเห็บ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ขณะที่เดินทางไปทำบุญที่เกาะช้าง ซึ่งที่พักติดภูเขา ฝนตก อากาศชื้น ในวันนั้นจำเป็นต้องพัก เพราะหาที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ตื่นเช้ารู้สึกเจ็บบริเวณหางตาด้านขวา เห็นติ่งดำๆที่ใต้ขนตา จึงไปพบแพทย์

คุณหมอส่องกล้องใช้แหนบคีบออกมาจากใต้ขนตามันคือ เห็บ!! ซึ่งตอนนั้นเจ็บมาก เพราะมันได้ปล่อยพิษของมันออกมา และมีพาหะของเชื้อโรคติดมาด้วย อาการที่พบในคืนต่อมา คือ ตาขวาบวมปิดสนิท ตาแฉะ น้ำตาไหลตลอดเวลา ต่อมน้ำเหลืองโต ทำให้บวมทั้งหน้าจนถึงคอ มีไข้ ตาอักเสบมีหนองบริเวณเปลือกตาด้านในซึ่งเกิดจากการแพ้พิษเห็บ และติดเชื้อแบคทีเรียที่มาจากเห็บ 

จึงขอเตือนเพื่อนๆ ระมัดระวัง เข้าป่าอาจโดนเห็บ หาที่พักที่สะอาด ใครที่ชอบเลี้ยงสุนัข แมว หมั่นดูแลด้วยนะคะ ล่าสุดเจ้าของโพสต์ได้ระบุว่าได้รักษาที่โรงพยาบาลอยู่ 3 วันจากพิษเห็บและยังต้องหยอดตาอย่างต่อเนื่อง

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ผู้ที่เคยเจอเห็บเกาะบริเวณด้านหลังใบหู บอกว่า ไม่รู้ตัวตอนที่ถูกเห็บเกาะ แต่รู้สึกมีอาการคันเล้กน้อย ไม่ได้สนใจ กระทั่งเพื่อนทักว่ามีไฝที่ฟูหรือไม่ พอเปิดออกดูถึงรู้ว่าเป็นเห็บเกาะที่ใบหู 


เรื่องไม่ลับของเห็บ 

ข้อมูลจากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคเห็บ พร้อมกับยกเคสผู้ป่วยที่โดนเห็บกัด และลักษณะอาการและบาดแผลที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า 

เรื่อง (ไม่ลับ) ของเห็บ

เห็บมีหลายชนิด บางชนิดเป็นพาหะนำโรคได้ เช่น โรคไทฟัส โรคไข้ กลับซ้ำ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น เห็บกินเลือดของสัตว์พวกสัตว์เลื้อยคลาน นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นอาหาร คนก็เป็นเหยื่อของเห็บด้วยเช่นกัน ส่วนมากเห็บที่ กัดคนมาจากสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข หรือมาจากบริเวณพงหญ้าหรือพุ่มไม้ที่เห็บ หลบอยู่ เมื่อได้กลิ่นเหงื่อหรือความร้อนจากอุณหภูมิของร่างกาย เห็บจะกระโดดเกาะ คนแล้วคลานหาบริเวณที่ปลอดภัยเพื่อดูดเลือด เช่น บริเวณซอกพับ รักแร้ ไรผม มักกินเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง เห็บมีส่วนของปากที่งับบนผิวหนังคนเพื่อดูดเลือด เมื่ออิ่มเห็บจะคลายปากและหลุดไปเอง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึง 7 วัน

ช่วยด้วย! เอาเห็บออกให้ที

วิธีที่ดีที่สุดจะเอาเห็บออกจากผิวหนังคือ การใช้แหนบถอนขนคีบเห็บส่วนที่ใกล้ ผิวหนังมากที่สุดแล้วค่อยๆ ดึงออก ห้ามใช้บุหรี่จี้หรือใช้น้ำยาล้างเล็บ ขี้ผึ้ง สบู่เหลว สารพวกนี้จะทำให้เห็บระคายเคืองและปล่อยสารพิษเข้าไปในแผลที่มันกัดได้ ไม่บิด หรือกระชาก ไม่ควรบีบขยี้หรือเจาะตัวเห็บ เพราะจะทำให้ของเหลวจากตัวเห็บ ซึ่งอาจมีเชื้อโรคถูกปล่อยออกมา หลังจากเอาเห็บออกแล้ว ควรล้างมือ และผิวหนัง บริเวณที่ถูกกัดด้วยสบู่ให้สะอาดถ้าเห็นส่วนของปากเห็บติดอยู่ที่ผิวหนังให้ ปล่อย เอาไว้ร่างกายจะพยายามกำจัดออกมาเอง อย่าพยายามแกะ แคะออกจะทำให้ผิวหนัง เป็นเป็นแผลติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

เกิดอะไรขึ้นหลังเห็บกัด

คนที่โดนเห็บกัดมักจะไม่เจ็บ ไม่มีอาการ เนื่องจากเห็บปล่อยสารที่ทำให้ชา และทำให้เลือดไม่แข็งตัว ส่วนใหญ่คนที่ถูกเห็บกัดจะสังเกตเห็นเห็บติดอยู่ที่ผิวหนัง ขณะอาบน้ำหรือเกา หลังเห็บหลุด (ทั้งหลุดเองเมื่อดูดเลือดอิ่มหรือจากการดึงออก) อาจเกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนังเป็นตุ่มแดงคันบริเวณที่ถูกกัด ต่อมาตุ่มอาจใหญ่เป็นปื้น หรือก้อนนูนได้ ตุ่มพวกนี้แหละที่เป็นปัญหาให้มาพบหมอ เพราะคันเหลือเกิน และเป็น ตุ่มอยู่นานหลายเดือนหรือเป็นปี

การรักษาตุ่มคันจากเห็บกัด

ถ้าตุ่มอักเสบไม่มาก ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ลดการอักเสบ ทาสม่ำเสมอ เช้าและเย็นผื่นก็จะดีขึ้น ถ้าอักเสบมาก เรื้อรัง ตุ่มใหญ่เป็นก้อนต้องใช้วิธีฉีดยาสเตียรอยด์ เฉพาะที่ บางรายอาจต้องตัดตุ่มที่อักเสบออก เพราะมีการอักเสบเรื้อรังไม่หาย จากปฏิกิริยาของร่างกายต่อส่วนปากของเห็บที่ติดอยู่ในผิวหนัง

เห็บนำโรคไหม

ในประเทศไทยไม่พบโรคที่มีเห็บเป็นพาหะ แต่ไรซึ่งมีลักษณะที่มองด้วยตาเปล่า อาจคล้ายเห็บ สามารถเป็นพาหะนำเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดโรคไข้รากสาดใหญ่หรือ สครับไทฟัส ไม่มียาสำหรับป้องกันการเกิดโรคหลังไรกัด ดังนั้นผู้ที่ถูกไรกัด ควรสังเกต ตัวเองว่าเป็นไข้หลังจากถูกไรกัดหรือไม่ โดยทั่วไประยะฟักตัวของโรค (ตั้งแต่ไรกัดจน ถึงไข้ขึ้น) ประมาณ 10-12 วัน

วิธีป้องกันเห็บกัด

ง่ายมากค่ะ อย่าไปเดินในบริเวณที่รกๆ ถ้าจำเป็นต้องไป อาจใช้ยาทาป้อง กันแมลงทาบริเวณแขนขาก่อน เห็บก็จะไม่กล้ำกลายมาใกล้

 


Last Updated ( ศุกร์, 01 พฤศจิกายน 2019 )
Australia: Anthrax reported in New South Wales, Vaccination encouraged for livestock Print
User Rating: / 0
News - News
พุธ, 30 ตุลาคม 2019

by PRESS RELEASE October 30, 2019


Officials with New South Wales (NSW) Department of Primary Industries (DPI) are encouraging farmers in the center of the state to vaccinate their livestock following confirmation of the second case of anthrax for 2019.


Drought conditions have created a favorable environment for anthrax infections and the most recent case occurred further west than would normally be expected.

“Ingestion of soil by sheep, cattle and other ruminants is one of the key risk factors for anthrax, which is why drought conditions are increasing the risk,” DPI Senior Veterinary Officer, Dr Graham Bailey said.

“Cases of anthrax in NSW tend to occur in an area which runs through the center of the state; between Bourke and Moree in the north, to Albury and Deniliquin in the south.

“Anthrax can be prevented by annual vaccination of cattle and sheep. Producers in high risk locations are encouraged to consider vaccination.”

Other risk factors include a history of anthrax on the property, grazing stubble or very short pastures, low ground cover, deep cultivation or earthworks in paddocks, rain causing soil movement or exposure, contact with infected carcasses and alkaline soils which favor spore survival.

The state’s second and most recent case was located in the Western Local Land Services region and occurred in a mob of rams.

Anthrax is a bacterial pathogen in livestock and wild animals. Ruminants such as bison, cattle, sheep and goats are highly susceptible, and horses can also be infected.

Anthrax is a very serious disease of livestock because it can potentially cause the rapid loss of a large number of animals in a very short time. Affected animals are often found dead with no illness detected.

When conditions become favorable, the spores germinate into colonies of bacteria. An example would be a grazing cow ingests spores that in the cow, germinate, grow spread and eventually kill the animal. Anthrax is caused by the bacterium, Bacillus anthracis. This spore forming bacteria can survive in the environment for decades because of its ability to resist heat, cold, drying, etc. This is usually the infectious stage of anthrax.

Free Debt Relief Quote

There are no reports of person-to-person transmission of anthrax. People get anthrax by handling contaminated animal or animal products, consuming undercooked meat of infected animals and more recently, intentional release of spores.

There are three types of human anthrax with differing degrees of seriousness: cutaneous, gastrointestinal and inhalation.


Measles outbreaks in Samoa and Tonga Print
User Rating: / 0
News - News
พุธ, 30 ตุลาคม 2019

by NEWS DESK reported October 30, 2019


Samoa

In a follow-up on the measles outbreak in Samoa, health authorities say there have been 15 confirmed cases, including three deaths. In addition, 314 suspected cases – most of them children under the age of four are being investigated. The government has also today ordered all preschools and day care centers closed until further notice.

Tonga

An outbreak of measles has occurred following the return of a squad of Tongan rugby players from New Zealand where one player developed measles. Twelve other players were in the incubation period of the illness during travel back to Tonga and developed symptoms on 6th- 9th October.

The diagnosis was laboratory confirmed for 6 players tested. Boys in the touring squad came from the following schools and locations: Tonga College ‘Atele (TCA), Tupou College Toloa (TCT) (a boarding school), Tonga High School (THS) and a small number from other schools on Tongatapu and the islands of Vava’u, Ha’apai and ‘Eua.

The outbreak has involved students (mainly) from schools on Tongatapu as well as students from Vava’u High School.

As at 28th October, 107 cases of confirmed or suspected measles have been identified in Tonga.

Two cases have been admitted to Vaiola Hospital and one admitted in Prince Ngu hospital, Vava’u. All admitted cases have recovered well or are recovering well. No serious cases of disease or deaths have been reported form the outbreak. No cases of measles have been reported amongst health care staff.


หมอเตือน เปิบพิสดารงูดิบ เสี่ยงติดเชื้อไวรัส อันตรายถึงชีวิต Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 27 ตุลาคม 2019

Springnews รายงาน 25 .. 2019 



นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เตือนบริโภคอาหารดิบ โดยเฉพาะเปิบพิสดารงูดิบ เสี่ยงติดเชื้อไวรัส และอันตรายถึงชีวิต 

จากกรณีนักร้องชื่อดัง อี๊ด สมพงษ์ คุนาประถม หรือ อี๊ด โปงลางสะออน ได้โพสต์คลิปวีดีโอ กรรมวิธีการทำเมนู แซนด์วิชงู และโชว์เปิบพิสดารกินแซนด์วิชงูลงในอินสตาแกรม บอกว่า วันนี้จะมาทำแซนด์วิช สูตรชาวกาฬสินธุ์ โดยนำขนมปังมา 1 แผ่น แล้วนำเนื้องูสดๆ ที่หั่นเป็นท่อนๆ มาวางแล้วกินแบบดิบๆ นั้น สร้างความสงสัยแก่ประชาชนโดยทั่วไป และยังสร้างสงสัยให้กับโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายคนมองว่างูไม่น่าจะกินสดๆ ได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 .. 62 นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข .กาฬสินธุ์ ได้ออกมาเตือนว่า ไม่ควรบริโภคเนื้องู รวมทั้งอาหารต่างๆ ที่ดิบ และยังไม่ได้ทำให้สุก เนื่องจากเสี่ยงทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร และได้รับเชื้อไวรัส จนนำไปสู่อันตรายถึงชีวิตได้ พร้อมทั้งแนะนำให้รับประทานอาหารที่สุกใหม่ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์


นพ.อภิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลักการของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยนั้น ได้รณรงค์และประชาสัมพันธ์กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือมาโดยตลอด เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากอาหาร สำหรับการกินของดิบนั้นคือการกินของไม่ร้อน ซึ่งวัฒนธรรมบางประเทศมีการกินของดิบบ้าง อย่างเช่น ปลาดิบ และไข่ แต่ส่วนใหญ่อาหารประเภทนั้น จะถูกผลิตมาเพื่อการกินดิบโดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่ในการผลิตทั่วไป

ทั้งนี้ถ้าเป็นอาหารที่อยู่ในฟาร์มเลี้ยง เช่น หมู กุ้ง ไก่ และปลา ที่เลี้ยงไว้สำหรับการกินเป็นอาหาร ยังต้องควรทำให้สุกก่อนรับประทาน ยิ่งหากเป็นสัตว์ที่ต้องหากินเองตามธรรมชาติ หรือสัตว์ป่า ถ้ากินดิบแล้วไม่ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจจะรับเชื้อโรค เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิได้

ซึ่งความร้อนจะทำให้เชื้อเหล่านี้ตายหมด แต่ถ้าหากกินดิบเข้าไปจะทำให้รับเชื้อโรคดังกล่าว ยิ่งหากเป็นผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน หรือเป็นสัตว์ป่า ซึ่งจะมีเชื้อโรคชนิดแปลกๆ อยู่ จะทำให้ป่วยเป็นโรคที่ไม่ค่อยพบเจอและอันตรายได้

ฉะนั้นอยากจะประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทั่วไปเรื่องของการบริโภคอาหาร จะต้องปรุงสุกก่อนกินทุกประเภท ยกเว้นประเภทที่ถูกผลิตมาให้กินดิบ

นพ.อภิชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในส่วนโรคที่มาจากการกินสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติ จะมีอยู่หลายประเภท โดยแบ่งได้เป็นกลุ่มๆ เช่น โรคที่เกิดจากพยาธิ มักจะพบในเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น งู หมูป่า โดยเฉพาะหากรับประทานแบบดิบๆ พยาธิบางชนิดมีอันตรายถึงชีวิต

นอกจากนี้กลุ่มเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมักจะทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย เป็นไข้ไม่ทราบสาเหตุ โรคที่พบ เช่น ซาโมเนล่า ซึ่งจะมีความรุนแรงกว่าโรคทางเดินอาหารปกติ ซึ่งโรคที่มาจากสัตว์เหล่านี้บางชนิด มีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต

ส่วนสัตว์ตามท้องนา ที่มักนำมารับประทานก็ควรทำให้อาหารสุก ไม่ควรกินดิบเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียพยาธิได้ ส่วนเครื่องใน เลือด และน้ำดีของสัตว์ โดยเฉพาะงู ไม่แนะนำให้รับประทานอย่างเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินให้อาหาร หรือ โรคที่ร้ายแรงกว่านั้น นอกจากนี้ต้องระมัดระวังการเชือดชำแหละด้วย เพราะอาจติดเชื้อระหว่างนั้น โดยต้องล้างมือทุกครั้งที่ถูกสัตว์เหล่านั้น

นพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการป่วยจากสาเหตุจากการกินงูดิบนั้น ที่ผ่านมายังไม่มีรายงาน เนื่องจากไม่ค่อยพบเจอการกินงูดิบ จะเจอแต่การกินเนื้อวัวและหมูดิบเท่านั้น ซึ่งทำให้เป็นโรคหูดับ แต่การกินงูดิบนั้นก็เพิ่งได้ยิน เพราะส่วนใหญ่จะเห็นว่ามีการเอามาต้มก่อนกิน โดยทั่วไปนั้นอาจจะมีพยาธิที่อยู่ในตัวงู มีเชื้อโรคแบคทีเรียทั่วไป อาจทำให้เกิดโรคท้องเสียและเสี่ยงอันตราย


Philippines: Dengue cases up slightly in Pangasinan Print
User Rating: / 0
News - News
อาทิตย์, 27 ตุลาคม 2019

by News Desk  October 27, 2019



While the dengue fever epidemic in the Philippines is the largest in the last ten years and more than double last years total, the province of Pangasinan has only seen a slight increase this year.


Image/CDC

The Provincial Health Office (PHO) has recorded 7,566 dengue cases from January 1 to October 21, marking a 2.5 percent increase from the 7,376 cases recorded in the same period last year.

11 deaths have been recorded.

Officials report the most commonly affected age group is from five to nine and 10-14 years old.

The top 10 on the PHO’s watch list of areas with high incidence of dengue are San Carlos City (624 cases); Bayambang (486); Malasiqui (423); Lingayen (386); Calasiao (318); Bugallon (298); Rosales (266); Bani (247); Binmaley (246); and San Quintin (243).


Kimpee Jayson Cruz, nurse from PHO, urged the public to maintain cleanliness in their surroundings and to practice the Department of Health’s 4S Kontra Dengue to prevent the mosquito-borne disease.

“These 4S strategy consists of: Search and destroy mosquito breeding places; practice Secure self-protection measures; Seek early consultation; and Support fogging/spraying only in hotspot areas where increase in cases is registered for two consecutive weeks to prevent impending outbreak.


You can’t get the flu from the flu vaccine Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 25 ตุลาคม 2019

Purdue reported October 24, 2019


WEST LAFAYETTE, Ind. — One of the most common reasons some people don’t get an annual flu shot is the belief the vaccine can actually give a person the flu.

That is a common myth that can lead to the flu spreading, says a nursing researcher.

“By containing an inactive virus, the flu vaccine gives your body a sneak peek, so if you are exposed to the flu virus after vaccination your immune system will be able to fight it off much easier,” says Libby Richards, an associate professor of nursing who specializes in public health in Purdue University’s School of Nursing.

 “People may feel under the weather after receiving the flu shot due to signs of the body creating an immune response, which is actually a good thing,” Richards says. “Common side effects from flu shots are muscle soreness at the injection site. Some people may also develop a low-grade fever, headache or overall muscle aches. These side effects can be mistaken for the flu, but in reality, are just a body’s normal response to vaccination.”

Traditional flu vaccines protect against three flu viruses: influenza A (H1N1) virus, influenza A (H3N2) virus and an influenza B virus. There are also flu vaccines that protect against four flu viruses, frequently called “quadrivalent” vaccines. These vaccines protect against the same viruses as the trivalent vaccine and an additional B virus.

Although U.S. flu activity is currently low, some areas are seeing flu activity. According to the Centers for Disease Control and Prevention, people ages 6 and above should get their flu vaccination.

Richards said it is common for most people to get a flu shot in October, but they can also do so later. Flu season typically peaks from December through February but can remain active well into May. 

Writer: Matthew Oates, 765-496-2571, , @mo_oates 

Source: Libby Richards, 765-494-1392, , @LibbyAnnR1


ผวาติดเชื้อพิษสุนัขบ้าแห่ฉีดวัคซีนแน่นรพ.หลังหนุ่มวัย 32 ติดเชื้อตาย Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 22 ตุลาคม 2019

รายงานที่ Posttoday วันที่ 21 .. 2562


เมื่อวันที่ 21 ..ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่หมู่บ้านสระสี่เหลี่ยม .ทรัพย์พระยา .นางรอง .บุรีรัมย์ มีชาวบ้านติดเชื้อพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตเป็นรายแรกของ .นางรองในรอบ 20 จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบทราบว่า มีผู้ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตจริงเป็นชายอายุ อายุ 32 ปี เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 15 ..ที่ผ่านมา หลังถูกลูกสุนัขที่เลี้ยงไว้กัด และล้มป่วยด้วยอาการหนาวสั่น ชัก เจ็บคอ ดื่มน้ำไม่ได้ แพทย์ยืนยันติดเชื้อพิษสุนัขบ้า


ขณะที่ ลูกสุนัขตัวที่กัดผู้เสียชีวิต รวมถึงตัวที่สัมผัสเชื้อได้ตายไปแล้ว 2 ตัว ภายหลังชาวบ้านในหมู่บ้านทราบข่าวและกลัวว่า ตัวเองจะติดเชื้อด้วย เนื่องจากใกล้ชิดกับผู้ป่วยและสุนัขที่ตาย ก็ได้ทยอยเดินทางไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลปะคำ กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

นายผดุง แก้วรังศรีอายุ 38 ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องชายเป็นคนรักสัตว์ ก่อนจะล้มป่วยเห็นน้องชายพยายามจับลูกสุนัขที่มีลักษณะผมโซ ลำตัวมีแผล เพื่อจะทายาตอนนั้นน้องยังชวนให้ช่วยจับด้วย แต่ตนไม่กล้าจับทั้งยังได้เตือนน้องชายอย่าไปจับเลยเพราะไม่รู้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร แต่น้องชายก็ไม่ฟังยังจับลูกสุนัขทายาต่อไป หลังจากนั้นสุนัขตัวที่กัดน้องชายก็ตายลง น้องชายก็ยังเอาไปฝังด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ตอนแรกน้องก็ไม่ได้รู้ว่าตัวเองถูกสุนัขกัด กระทั่งเริ่มมีอาการป่วยเจ็บคอกินน้ำไม่ได้ เวลาใครเอาน้ำไปโดนตัวจะมีอาการชัก จึงมาบอกทีหลังว่าถูกลูกหมากัดตอนที่อาการเริ่มหนักแล้ว คนในครอบครัวเห็นท่าไม่ดี จึงได้พาไปโรงพยาบาลปะคำ 2 วันอาการยังทรุดลง จึงได้ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนางรองได้เพียง 1 คืนก็เสียชีวิต โดยแพทย์ลงความเห็นว่า เสียชีวิตจากการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลน่าจะเป็นผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ารายแรกของ .นางรองในรอบ 20 ปี อาจจะมารักษาช้าเกินไปจึงทำให้เชื้อแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายจนทำให้เสียชีวิต จึงได้ฝากเตือนผู้ที่สุนัข แมว กัดหรือข่วนให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันในทันทีไม่ควรชะล่าใจ เพราะอาจจะสายเกินไป

ด้านนายสนม ศรีสุข อายุ 75 ปี ลุงผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากหลานเล่นกันสุนัขที่ป่วยก็เริ่มมีอาการผิดปกติ แต่ไม่ยอมบอกใครว่าตัวเองถูกสุนัขกัดกระทั่งอาการหนักขึ้น ซึ่งคนในครอบครัวและชาวบ้านที่ใกล้ชิดกับผู้ตายและสงสัยว่าจะได้รับเชื้อด้วยต่างพากันไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่โรงพยาบาล จึงฝากเป็นอุทาหรณ์กับผู้ที่เลี้ยงสุนัขควรจะนำไปฉีดวัคซีนตามกำหนด หรือหากถูกสุนัขกัดหรือข่วนก็ควรจะไปฉีดวัคซีนทันที


4th death reported in NC 4th death reported in NC Legionnaires’ disease outbreak’ disease outbreak Print
User Rating: / 0
News - News
เสาร์, 19 ตุลาคม 2019

by NEWS DESK  October 18, 2019


North Carolina public health officials have reported a fourth death linked to the Legionnaires’ disease outbreak in people who attended the NC Mountain State Fair in Fletcher in September.


As of today, 141 cases of Legionnaires’ disease or Pontiac Fever had been reported in residents of multiple states and North Carolina counties who attended the fair.


The outbreak has been linked to the Davis Event Center of the WNC Ag Center, particularly near the hot tubs and during the last five days of the fair.

Legionella bacteria are found naturally in the environment. These bacteria can become a health concern when they grow and spread in human-made building water systems like hot water tanks, cooling towers of air conditioning systems, decorative fountains and hot tubs or spas that aren’t properly maintained. Approximately 200 cases are reported annually in North Carolina.

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 31 - 45 of 5353