Home
Home
นิยามใหม่ของสมองเสื่อม อัลไซเมอร์? Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 08 เมษายน 2019

ดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.. 2562 05:01 .  https://www.thairath.co.th/content/1543781

โดยหมอดื้อ



บทความนี้เป็นการพูดถึงการอักเสบในร่างกายเช่นเดียวกับในบทความโรคหัวใจ โรคใกล้ตัว เกิดขึ้นจากอะไรนะซึ่งเป็นการพูดถึงการอักเสบในร่างกายกับความเสี่ยงโรคหัวใจที่สูงขึ้น และมีหลักฐานจากการศึกษาชื่อ CANTOS ซึ่งพิสูจน์ว่าการอักเสบเป็นตัวต้นตัวตีเส้นเลือดตีบตัน และไขมันเลวอาจจะไม่ใช่สาเหตุหลักของความเสี่ยงโรคหัวใจ การอักเสบนี้เป็นการอักเสบที่วัดจากในเลือด


ฉะนั้น ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่านอกจากหัวใจแล้ว มันก็น่าจะกระทบทั่วร่างกายทุกอวัยวะเพราะเลือดมันไปเลี้ยงทุกส่วน นอกจากจะสร้างปัญหาให้อวัยวะภายใน เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานแล้วก็ยังเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งอีกด้วย แต่เมื่อการอักเสบมีผลร้ายขนาดนี้ ก็มีหลายงานวิจัยที่ออกมาชี้ว่าน่าจะเป็นตัวเพิ่มของความเสี่ยงอัลไซเมอร์และสมองเสื่อมด้วย บทความที่หมอนำมาแปลนี่ละจะมีคำตอบให้มากขึ้นเพราะได้ติดตามดูคนไข้ถึง 20 ปีด้วยกัน บทความนี้คือ Systemic inflammation during midlife and cognitive change over 20 years, The ARIC study ตีพิมพ์ในนิตยสาร Neurology เดือนกุมภาพันธ์ 2019


PDF Download

 

 

 

 

 

การอักเสบของร่างกายและผลกระทบต่อสมอง Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 08 เมษายน 2019

เผยแพร่โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.. 2562 05:01 https://www.thairath.co.th/content/1538736

โดยหมอดื้อ 

 

บทความนี้เป็นการพูดถึงการอักเสบในร่างกายเช่นเดียวกับในบทความโรคหัวใจ โรคใกล้ตัว เกิดขึ้นจากอะไรนะซึ่งเป็นการพูดถึงการอักเสบในร่างกายกับความเสี่ยงโรคหัวใจที่สูงขึ้น และมีหลักฐานจากการศึกษาชื่อ CANTOS ซึ่งพิสูจน์ว่าการอักเสบเป็นตัวต้นตัวตีเส้นเลือดตีบตัน และไขมันเลวอาจจะไม่ใช่สาเหตุหลักของความเสี่ยงโรคหัวใจ การอักเสบนี้เป็นการอักเสบที่วัดจากในเลือด


 

ฉะนั้น ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่านอกจากหัวใจแล้ว มันก็น่าจะกระทบทั่วร่างกายทุกอวัยวะเพราะเลือดมันไปเลี้ยงทุกส่วน นอกจากจะสร้างปัญหาให้อวัยวะภายใน เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานแล้วก็ยังเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งอีกด้วย แต่เมื่อการอักเสบมีผลร้ายขนาดนี้ ก็มีหลายงานวิจัยที่ออกมาชี้ว่าน่าจะเป็นตัวเพิ่มของความเสี่ยงอัลไซเมอร์และสมองเสื่อมด้วย บทความที่หมอนำมาแปลนี่ละจะมีคำตอบให้มากขึ้นเพราะได้ติดตามดูคนไข้ถึง 20 ปีด้วยกัน บทความนี้คือ Systemic inflammation during midlife and cognitive change over 20 years, The ARIC study ตีพิมพ์ในนิตยสาร Neurology เดือนกุมภาพันธ์ 2019


PDF Download

 

 

 

 

 

Last Updated ( ศุกร์, 19 เมษายน 2019 )
การเปลี่ยนจุดยืนขององค์การอนามัยโลก กับกัญชาหลังจากเกือบ 60 ปี Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 01 เมษายน 2019

เผยแพร่ โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31มี.. 2562 05:01.  https://www.thairath.co.th/content/1533288

 

โดย หมอดื้อ 

 

ตามกระแสกัญชาทางการแพทย์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ ที่อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไข้ ถึงแม้จะมีการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากบางส่วน แต่พวกเราทุกคนก็พยายามกันเต็มที่ในการกันคนเห็นแก่ตัว

 

สุดท้ายก็เพื่อให้คนไทยไม่เสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อล่าสุดต้นเดือนกุมภาพันธ์ องค์การอนามัยโลกก็ได้ประกาศผลการประชุมในที่ประชุมผู้เชี่ยวชาญยาเสพติด (WHO Expert Committee on Drug Dependence) ครั้งที่ 41เมื่อพฤศจิกายน 2561เรื่องกัญชาอย่างชัดเจน โดยแยกระหว่างสารหลักสองสารคือ Tetrahydrocannabinoid (THC) และ Cannabidiol (CBD) และได้เตรียมที่จะเรียกประชุมตัวแทนแต่ละประเทศเพื่อจะทำการโหวต กฎหมายเรื่องกัญชาฉบับแก้ไขใหม่ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้เพื่อจะเปลี่ยนกฎหมายสากลของกัญชาใหม่ เรื่องก็มีดังนี้ ถึงหมอจะไม่ค่อยเก่งประวัติศาสตร์ก็เถอะ

 

 

ขอเล่าประวัติที่ผ่านมาในปี 1961, 1971และ 1988ก่อน เป็นสามปีสำคัญที่มีการประชุมความร่วมมือทางยาเสพติด เพื่อ บรรลุข้อตกลงจนมาเป็นกฎหมายสากล 

PDF Download

 

 

 

 

 

Last Updated ( ศุกร์, 19 เมษายน 2019 )
โลกจะต้องเผชิญปัญหาอะไรเมื่อยาปฏิชีวนะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 09 เมษายน 2019

BBC New รายงาน วันที่  7เมษายน 2562

 

เป็นเวลากว่า 90ปีมาแล้วที่ เซอร์ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง แพทย์ นักชีววิทยา นักเภสัชวิทยา และนักพฤกษศาสตร์ชาวสก็อต ค้นพบสารเบนซิลเพนนิซิลิน โดยบังเอิญในปี 1928จนนำไปสู่การพัฒนายาเพนิซิลิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะชนิดแรกของโลก และเป็นการปฏิวัติการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ

 

ทว่าในปัจจุบันการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ได้นำไปสู่การเกิดเชื้อดื้อยารุนแรง หรือ "ซูเปอร์บั๊ก" ซึ่งทำให้การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียทำได้ยากขึ้น จนทำให้ท้ายที่สุดอาจไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใดสามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ และกลายเป็นวิกฤตทางด้านสาธารณสุขโลก

 

ปัญหานี้กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โดยในประเทศมาลาวี ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกานั้น พบว่าแม้ทางการจะมีกฎหมายห้ามการขายยาปฏิชีวนะโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ แต่ก็ยังพบการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่ออยู่ โดยจากการตรวจสอบของทีมข่าวบีบีซีพบว่าพวกเขาสามารถหาซื้อยาเมอโรพีเนม (Meropenem) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะขนานแรงที่สุดได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์จากร้านขายยา3แห่ง

 

ปัญหาดังกล่าวทำให้แพทย์ในมาลาวีประสบปัญหาในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาจำนวนมาก ซึ่งการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะปกติใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

 

สำนักงานสาธารณสุขของอังกฤษ (PHE) ชี้ว่ายอดการเสียชีวิตจากการดื้อยาทั่วโลก มีโอกาสพุ่งแซงหน้าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ภายในปี 2050 หากคนไข้ยังไม่เลิกใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่จำเป็น

องค์การอนามัยโลกออกแผน เตือนรับมือ “ไข้หวัดใหญ่” ระบาดทั่วโลก Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 02 เมษายน 2019

sank.com รายงาน วันที่ 13 มีค. 2562 

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ออกแผนกลยุทธ์ในระดับโลก เพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ไข้หวัดใหญ่จากการเป็นโรคระบาดใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านชีวิตทั่วโลก

 

 

ทางองค์การอนามัยโลกเตือนว่า คำถามในตอนนี้ไม่ใช่ว่าไข้หวัดใหญ่จะกลายเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่หรือไม่ แต่ต้องถามว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงทั่วทุกมุมโลก ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนเท่านั้น

 

โดยกลยุทธ์สกัดไข้หวัดใหญ่ในระดับโลกของWHO คือการยกระดับระบบตรวจสอบติดตามการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมือในการป้องกันและควบคุมไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก

 

แอน โมเอน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกที่ดูแลเรื่องไข้หวัดใหญ่ย้ำว่า การพัฒนาวัคซีนที่ให้ภูมิคุ้มกันที่ยาวนานกว่าเดิมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ เช่นเดียวกับการพัฒนายาต้านไวรัสและยกระดับการรักษาโรค

Advertisement

 

โมเอนเตือนว่า การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งทุกประเทศสามารถเตรียมการได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้การแพร่ระบาดเกิดขึ้นก่อน และไม่ควรประเมินความเสี่ยงดังกล่าวต่ำเกินไป

 

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก ประเมินว่า ผู้คนอย่างน้อย 1พันล้านคนทั่วโลก ล้มป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ทุกๆ ปี คร่าชีวิตราว 290,000-650,000คน

 

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า แนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดยังคงเป็นการฉีดวัคซีน แต่อุปสรรคสำคัญก็คือการผลิตวัคซีนที่ป้องกันได้ตรงจุด จะต้องอาศัยการระบุสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ถูกต้องแม่นยำมากพอ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

สมองกับผงชูรส Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 25 มีนาคม 2019
เผยแพร่ไทยรัฐ 23 มีค 2562  https://www.thairath.co.th/content/1526818

 

โดย หมอดื้อ

 

เป็นของคู่บ้านคู่เมืองไปแล้วกับผงชูรส ปกติฝรั่งจะนึกถึงอาหารจีนซึ่งขึ้นชื่อว่าใส่ผงชูรสเยอะ และทำให้ฝรั่งบางคนปวดหัวหลังจากรับประทาน ส่วนในคนไทยจะมีบางกลุ่มที่พอทานเข้าไปไม่กี่คำก็จะคันเนื้อคันตัวและปวดหัวเช่นเดียวกัน และในหลายๆกลุ่มก็จะรับประทานแต่อาหารที่ไม่ใส่ผงชูรสเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆ รักสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผงชูรสที่พูดถึงในที่นี้คือโมโนโซเดียมกลูตาเมต (monosodium glutamate) หรือ MSG

 


 

PDF Download

 

 

 

 

 

กรมควบคุมโรค ย้ำ “โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร” ไม่ติดต่อสู่คน แต่ขอให้ประชาชน ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 09 พฤษภาคม 2016
ThaiPR.NET รายงาน วันที่ 14 มีนาคม 2562 
 
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำ "โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ไม่ติดต่อสู่คน แต่การรับประทานเนื้อหมู ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และขอให้ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำอื่นๆ โดยเฉพาะโรคไข้หูดับ และโรคอาหารเป็นพิษ

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการส่งต่อข้อความผิดๆ ว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง โดยข้อมูลที่ถูกต้อง คือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร เป็นโรคที่เกิดจากดีเอ็นเอไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน ดังนั้น จึงยืนยันได้ว่าไม่ใช่ผู้ป่วยที่ติดโรคจากไวรัสชนิดนี้

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นดังกล่าวข้างต้น กรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์และดำเนินการร่วมกับกรมปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด ทั้งมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรค โดยเน้นการประสานความร่วมมือแบบบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทุกระดับ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

นายแพทย์อัษฎางค์ ได้เน้นย้ำว่า ในกรณีการรับประทานเนื้อหมู ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และที่สำคัญขอให้ประชาชนยึดหลัก "สุก ร้อน สะอาด" โดยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการทำลายเชื้อโรคที่อาจจะปนเปื้อนอยู่ เพราะผู้ที่รับประทานเนื้อหมูสุกๆ ดิบๆ มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อก่อโรคติดต่อทางอาหารและน้ำชนิดต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรียก่อโรคไข้หูดับ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วง เป็นต้น และควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อน-หลังการเตรียมอาหาร และหลังขับถ่าย

ในส่วนของเกษตรกรเลี้ยงสุกร ขอให้ติดตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ในเรื่องของการเลี้ยงสุกรปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และหากเกษตรกรมีปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการโรคต่างๆ ในคน สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422


Last Updated ( เสาร์, 30 มีนาคม 2019 )
สธ.เฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่ จากสภาพอากาศโลกแปรปรวน Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 18 มีนาคม 2019

voice TV รายงาน วันที่ 14 มีค. 2562 

 

กรมควบคุมโรค ร่วมภาคีเครือข่าย เดินหน้าเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดจากสภาพอากาศโลกที่แปรปรวน เน้นความร่วมมือแบบบูรณาการตามแนวคิด "สุขภาพหนึ่งเดียว" โดยเฉพาะโรคติดต่ออุบัติใหม่ 3 กลุ่มที่มีความเสี่ยงในประเทศไทย

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับอากาศทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงและแปรปรวนมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบในหลายด้าน รวมถึงอาจทำให้เกิดโรคระบาดใหม่หรือโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้ ประกอบกับที่องค์การอนามัยโลก ได้มีการทบทวนรายชื่อโรคติดต่ออันตรายที่อาจมีการแพร่ระบาดได้ทั่วโลก ซึ่งยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน เพื่อให้ทุกประเทศมีการเตรียมพร้อมรับมือและทำการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม รวมทั้งเน้นในเรื่องความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ หรือสุขภาพหนึ่งเดียว นั้น

ทั้งนี้ โรคติดต่ออุบัติใหม่ทั่วโลกมีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเดินทางที่สะดวกทำให้โรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งโรคติดต่ออุบัติใหม่ส่งผลกระทบต่อคน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยที่ผ่านมาโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่มีความเสี่ยงในประเทศไทย มี 3 กลุ่ม ได้แก่

1.โรคติดต่ออุบัติใหม่หรืออุบัติซ้ำที่เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย เช่น โรคไข้หวัดนก โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 (2009) เป็นต้น

2.โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่อาจแพร่มาจากต่างประเทศ เช่น โรคไข้เหลือง โรคไข้เวสไนล์ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นต้น 

และ 3.โรคติดต่ออุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคที่เกิดจากเชื้อดื้อยาชนิดใหม่ เป็นต้น   


ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการและดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ .. 2560–2564 (ระยะเวลา 5 ปี) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดการป่วย การตาย และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ และให้ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการทั้งสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ โดยมีภาคส่วนต่างๆร่วมดำเนินการแบบบูรณาการตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวหรือ One Health เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมามีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางด้านสุขภาพของประเทศ ระหว่าง 8 องค์กร ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และสภากาชาดไทย 


แนะวิธีป้องกันโรคติดต่อทางอาหาร/น้ำ Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 11 มีนาคม 2019

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2562 


นายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กล่าวว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง อาจเพิ่มความเสี่ยงก่อให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ 1.โรคอุจจาระร่วง อาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้ง ขึ้นไปใน 1 วัน ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากหรือถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือด อาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย 2.โรคอาหารเป็นพิษ อาการที่สำคัญ ได้แก่ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย และอาจมีถ่ายเหลวร่วมด้วย 3.โรคบิด เกิดจากการรับประทานอาหาร ผักดิบ หรือน้ำดื่มที่มีเชื้อบิดปนเปื้อนเข้าไป อาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่ง ถ่ายอุจจาระบ่อย มีมูก หรือมูกปนเลือด 4.โรคอหิวาตกโรค อาการที่สำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำซาวข้าวคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง ผู้ป่วยจะอาเจียน กระหายน้ำ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย 5.โรคไข้ไทฟอยด์หรือโรคไข้รากสาดน้อย อาการที่สำคัญ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เบื่ออาหาร อาจมีอาการท้องอืดหรือท้องเสียได้ ผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะโรคไข้ไทฟอยด์ ควรหลีกเลี่ยงการประกอบอาหาร เนื่องจากอาจทำให้เกิดการระบาดของโรค 6.โรคที่เกิดกับสัตว์เลี้ยงในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งอาจเกิดกับสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ลิง ชะนี กระรอก กระแต เป็นต้น 7.โรคลมแดด (Heat Stroke) เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป อาการที่สำคัญ ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ไม่มีเหงื่อออก กระหายน้ำมาก ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ ความดันโลหิตต่ำ


สำนักอนามัยขอเชิญชวนประชาชนร่วมป้องกันโรค โดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยง อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานๆ และอาหารที่มีแมลงวันตอม ควรใช้ฝาชีครอบอาหาร หรือใส่ตู้กับข้าวให้มิดชิด ล้างผัก และ ผลไม้หลายๆ ครั้ง ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือปรุงอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ


สำหรับโรคที่เกิดกับสัตว์เลี้ยง ควรเฝ้าระวังและป้องกัน ด้วยการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างน้อยปีละครั้ง ระวังบุตรหลาน ไม่ให้เล่นคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เมื่อถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อและรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีน


ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สนอ. ทุกแห่ง โรงพยาบาลใกล้บ้าน และกองควบคุมโรคติดต่อ สนอ. โทร.02-2032887 ในวันและเวลาราชการ

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 15 of 5246