Home
Home
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล ร่วมมือนานาชาติชู “นวัตกรรมฟาสต์แทร็ก” พัฒนาวัคซีนไข้มาลาเรีย Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 02 ธันวาคม 2019

ประชาชาติรายงาน วันที่ 2 กันยายน 2562


รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประตาป สิงหศิวานนท์ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า คณะเวชศาสตร์เขตร้อน โดยหน่วยวิจัยมหิดลไวแว็กซ์ (MVRU) และหน่วยวิจัยโรคเขตร้อนมหิดล-อ๊อกซ์ฟอร์ด (MORU) กับนักวิจัยนานาชาติ จัดทำโครงการ การศึกษาการติดเชื้อมาลาเรียในประเทศไทย (Malaria Infection Study Thailand : MIST) พัฒนากระบวนการพัฒนาวัคซีนด้วยการใช้ นวตกรรมฟาสต์แทร็ก เพื่อช่วยลดระยะเวลา การพัฒนาวัคซีนจากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 20 – 30 ปี ให้เหลือเพียง 10 – 15 ปี

โครงการนี้จะเริ่มจากการพัฒนากระบวนการในการทดสอบวัคซีนไข้มาลาเรียสายพันธุ์ไวแว็กซ์ ซึ่งเป็นการตัดตอนที่ต้นเหตุของโรค หากประสบความสำเร็จกระบวนการนี้จะถูกนำไปใช้กับการพัฒนาวัคซีนของโรคชนิดอื่นๆ ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาวัคซีนของโลกและประเทศไทยได้รวดเร็วขึ้น

สาเหตุที่เริ่มจากการทดสอบวัคซีนป้องกันไข้มาลาเรีย เพราะปัจจุบันทั่วโลกกำลังวิตกกับสถานการณ์เชื้อดื้อยาของไข้มาลาเรียที่กลับมาแพร่ระบาด ขณะที่รัฐบาลไทยก็ให้ความสำคัญและตั้งเป้ากำจัดไข้มาลาเรียให้หมดจากประเทศภายในปี 2567 สอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าจะให้ไข้มาลาเรียหมดไปจากโลกภายในปี 2573″

ด้าน ดร.นิโคลัส เดย์ ผู้อำนวยการ หน่วยวิจัยโรคเขตร้อนมหิดล-อ๊อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ไทยถือเป็นประเทศแรกของภูมิภาคอาเซียนที่ร่วมใช้นวัตกรรมฟาสต์แทร็กในการพัฒนากระบวนการในการทดสอบวัคซีน ซึ่งทางคณะเวชศาสตร์เขตร้อนของมหิดลได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพและความพร้อมตั้งแต่กระบวนการศึกษา พัฒนา ตรวจคัดกรอง วิจัย และติดตามผล โดยกระบวนการทดสอบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการนำยุงที่มีเชื้อมาลาเรียไวแว็กซ์ ซึ่งเพาะจากห้องทดลองที่ปลอดภัยสูงของคณะเวชศาสตร์เขตร้อนส่งออกไปวิจัยในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และได้มีการส่งนักวิจัยเข้าร่วมดำเนินการและร่วมสังเกตการณ์กับนักวิจัยจากนานาชาติ เราจึงมีองค์ความรู้และประสบการณ์พร้อมความเชี่ยวชาญนำมาทำในประเทศไทย


Read more...
เตือนให้ "แมวเลียหน้า" อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต Print
User Rating: / 0
News - News
เสาร์, 30 พฤศจิกายน 2019

ThaiPBS รายงาน วันที่ 30 .. 62 

สถาบันโรคผิวหนัง เตือนอันตรายจากการให้แมวเลียหน้า เพราะแบคทีเรียในน้ำลายแมวจะเข้าสู่บาดแผล ทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางผิวหนัง และอาจมีอันตรายถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

เมื่อวานนี้ (29 ..2562) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสนอข่าวว่ามีการรักษาสิวบนใบหน้าที่น่าตะลึงของหญิงชาวอินโดนีเซีย โดยมีการให้แมวแท็บบี้นั่งบนหนังสือเรียน และคอยเลียใบหน้าขณะเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน เป็นเวลา 3 เดือน ปรากฏว่าสิวบนใบหน้าลดลง ใบหน้าดีขึ้นหลังจากให้แมวที่เลี้ยงเลียใบหน้าทุกวัน จากข้อมูลดังกล่าวพบว่าในช่องปากของแมว และในน้ำลายแมว จะมีแบคทีเรียประจำถิ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งแบคทีเรียนี้ไม่ก่อโรคในแมว แต่ถ้าแมวกัดคนเป็นแผลรอยเขี้ยว แบคทีเรียในน้ำลายจะเข้าสู่บาดแผล ทำให้ติดเชื้อเป็นโรคไฟลามทุ่ง (Cellulitis) ถ้ารักษาไม่ทัน แบคทีเรียอาจลามเข้ากระแสเลือด ทำให้เสียชีวิตได้

พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้ที่ชอบให้แมวเลียสิวบนใบหน้า แบคทีเรียในน้ำลายแมวอาจผ่านสะเก็ดแผลเล็กๆ บนตุ่มสิวทำให้ติดเชื้อเป็นโรคไฟลามทุ่งได้ จึงไม่ควรให้แมวเลียที่ใบหน้า แม้ไม่เป็นสิว แบคทีเรียอาจผ่านแผลเล็กๆ หรือเยื่อบุปาก เยื่อบุจมูกได้ ซึ่งผู้ที่เป็นสิวเล็กน้อย สามารถดูแลรักษาเองด้วยวิธีการล้างทำความสะอาด ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ห้ามบีบแกะสิว ถ้าเป็นสิวมาก มีตุ่มแดง ตุ่มหนอง ควรไปพบแพทย์ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะอาจแพ้ยา เกิดเชื้อดื้อยาได้


ฟรี ! วัคซีน "โรคหัด" สำหรับเด็ก 1-12 ปี วันนี้ถึง 31 มี.ค. 63 Print
User Rating: / 0
News - News
พฤหัสบดี, 28 พฤศจิกายน 2019

สนุกรายงาน วันที่ 27 .. 62 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้จัดกิจกรรมพิธีเปิดโครงการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดในกลุ่มเด็กอายุ 1-12 ปี ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย มุ่งเป้าหมายรณรงค์ให้วัคซีนในกลุ่มเด็กไทยและเด็กต่างชาติที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์นั้น เป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมันแก่เด็กอายุ 1-ต่ำกว่า 7 ปี และให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมันแก่เด็กอายุ 7-12 ปี โดยเริ่มดำเนินการโดยพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 

เชิญชวนผู้ปกครองนำเด็กอายุ 1-12 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด ตามแผนเร่งรัดการกำจัดโรคหัดของประเทศไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งในกลุ่มเด็กไทยและเด็กต่างชาติช่วงอายุดังกล่าว ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ทุกราย โดยเป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) แก่เด็กอายุ 1-7 ปี และให้วัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน (MR) แก่เด็กอายุ 7-12 ปีซึ่งเริ่มดำเนินการทั่วประเทศในวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา


โรคหัด เป็นอย่างไร ?

นายแพทย์ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า โรคหัดเป็นโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน โรคหัดยังอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ อาการที่พบบ่อยของโรคหัด คือไข้ออกผื่น โดยมักมีไข้สูง 3-4 วัน แล้วเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้นจากหลังหูแล้วลามไปยังใบหน้า กระจายไปตามลำตัว แขน ขา จากนั้นไข้จะลดลงและผื่นค่อย จางหายไป ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสีย และสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นโรคหัดควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว 

สถานการณ์โรคหัดของประเทศไทยมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคจึงได้จัดให้มีการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดอย่างเข้มข้นพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดและหัดเยอรมันในประชาชนกลุ่มเสี่ยง ลดอุบัติการณ์ของโรค โดยมุ่งหวังให้บรรลุเป้าหมายในการกำจัดโรคหัดตามพันธสัญญานานาชาติ จึงขอเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครอง นำบุตรหลานที่มีอายุ 1-12 ปี ที่ได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

โรคตาอันตราย ที่เสี่ยงได้ทุกเพศทุกวัย Print
User Rating: / 0
News - News
พุธ, 27 พฤศจิกายน 2019

สนุกรายงาน วันที่ 26 .. 62 

สุขภาพกายเสื่อม ยังมีสัญญาณเตือน แต่สุขภาพตานี่สิไม่มีสัญญาณเตือนใด เลย แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าดวงตาเราจะไม่เป็นอะไร เพราะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีปัญหาแล้ว โรคทางตาบางโรคไม่แสดงอาการให้เห็นจนกว่าจะอยู่ในขั้นที่รุนแรง ซึ่งอาจไม่สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ กว่าจะรู้ ก็เข้าขั้นสายเกินไป ปัญหานี้จะแก้ไขได้อย่างไร พญ.ปัจฉิมา จันทเรนทร์ จักษุแพทย์ TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ จะเป็นผู้ให้คำตอบค่ะ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าดวงตาเรากำลังมีปัญหา การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีสามารถให้คำตอบได้ ฉะนั้นการตรวจสุขภาพตาจึงมีความสำคัญมาก เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคทางตาที่อาจจะเกิดขึ้น หรือวางแผนการรักษาโรคตาบางโรคที่กำลังเป็นอยู่ได้ ซึ่งโรคทางตาที่พบบ่อยมีดังนี้

  1. โรคน้ำวุ้นในตาเสื่อม

ธรรมชาติเมื่อเราอายุมากขึ้น น้ำวุ้นตาจะเกิดการละลายกลายเป็นน้ำ บางส่วนอาจจับตัวกันเป็นตะกอน เมื่อแสงส่องผ่านเข้ามาในลูกตากระทบตะกอนนี้จะเกิดเงาบนจอประสาทตา ทำให้เราเห็นคล้ายมีจุด หรือคล้ายแมลงบินไปมา และขยับได้ตามการกลอกตาของเรา  ซึ่งภาวะนี้มักไม่มีอันตรายหากไม่มีจอประสาทตาฉีกขาด แต่จะเกิดความรำคาญใจได้ จึงควรตรวจตาเพื่อหาดูว่ามีจอประสาทตาฉีกขาดเป็นรู หรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดจอประสาทตาหลุดลอก

  1. โรคจอประสาทตาหลุดลอก

เกิดขึ้นเมื่อจอประสาทตาหลุดลอกออกจากเนื้อเยื่อลูกตา จึงทำให้จอประสาทตาไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และหากปล่อยไว้โดยไม่มีการรักษาก็จะส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นในที่สุด อาการนำของโรคนี้ ได้แก่อาการมองเห็นแสงฟ้าแลบคล้ายไฟแฟลชกล้องถ่ายรูป มีสิ่งบดบังในการมองเห็นมองเห็นเหมือนมีอะไรลอยไปมา มองเห็นเป็นจุดหรือใยแมงมุม  การมองเห็นมีเงาคล้ายผ้าม่านมาปิด หรือเหมือนน้ำท่วมที่ค่อยๆ สูงขึ้น การมองเห็นเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว เป็นอาการที่รุนแรง และส่งผลต่อการมองเห็นได้ต้องรีบเข้ารับการรักษา


Read more...
คนจีนตื่นตัว ผู้ป่วยติดเชื้อกาฬโรคโผล่กรุงปักกิ่ง หวั่นกลายเป็นโรคระบาด Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 19 พฤศจิกายน 2019

สนุกรายงาน วันที่ 14 .. 62 

กรุงปักกิ่ง ได้ยืนยันว่ามีการตรวจพบเชื้อกาฬโรคในผู้ป่วย 2 ราย ที่เดินทางมาจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ล่าสุดกักตัวและกักกันโรคเอาไว้แล้ว ยืนยันจะไม่แพร่ระบาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเขตฉาวหยาง กรุงปักกิ่ง ได้ยืนยันว่ามีการตรวจพบเชื้อกาฬโรคในผู้ป่วย 2 ราย ที่เดินทางมาจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ทางแถบตอนเหนือของจีน ทำให้เกิดการป้องกันและเข้าควบคุมโรคในเบื้องต้นแล้ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าเว็บไซต์ทางการเขตฉาวหยาง ระบุว่าผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการรักษาที่สถาบันทางการแพทย์ในเขตฉาวหยางอย่างเหมาะสมแล้ว และได้มีการใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคแล้ว โดยเชื่อว่าโรคดังกล่าวจะไม่ได้แพร่กระจายแต่อย่างใด

ศูนย์ป้องกันควบคุมโรค สาธารณรัฐประชาชนจีน ระบุว่า ความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายของกาฬโรคนั้น ค่อนข้างต่ำเป็นอย่างมาก พลเมืองปักกิ่งยังคงสามารถไปทำงาน ใช้ชีวิตประจำวัน และไปสถาบันทางการแพทย์ได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการติดเชื้อใดๆ

Read more...
Norovirus news: Air Force Academy, Lego event and more Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 25 พฤศจิกายน 2019

By NEWS DESK November 22, 2019 


Hundreds of Air Force Academy cadets sickened in norovirus outbreak

A stomach flu has laid low 1 in every 10 cadets at the Air Force Academy since late October, and the school’s medics are working with public health authorities and reinforcements from other bases to treat the sick.

Norovirus outbreak at Lego show leaves over 40 people ill

Dozens of people in the UK have been suffering from norovirus-like symptoms after attending a huge Lego event in Bristol over the weekend. The organizers of the Bristol Brick show say they are “devastated” and an investigation has been launched by the city’s health authorities.

Norovirus outbreak latest: 60 schools in England hit by winter vomiting bug

NOROVIRUS outbreaks have been reported up and down the UK resulting in dozens of school and hospital closure. A new report reveals around 60 schools in the North of England have had pupils and staff off sick. Is the winter vomiting bug set to spread?

Suspected norovirus outbreak closes 46 Colorado schools

Thousands of students in western Colorado are out of school because of a suspected outbreak of norovirus.

All 46 schools in the district serving Grand Junction and the surrounding area were closed Thursday and Friday and won’t reopen until after the scheduled Thanksgiving break to allow custodians to disinfect all surfaces.


Malaysia Wolbachia trials: Battling dengue and other mosquito-borne viruses Print
User Rating: / 0
News - News
เสาร์, 23 พฤศจิกายน 2019

By Press Release November 22, 2019 


Using a strain of the bacteria Wolbachia, which inhibit mosquitoes from transmitting viruses to humans, researchers at the Universities of Melbourne and Glasgow and the Institute for Medical Research in Malaysia were able to successfully reduce cases of dengue at sites in Kuala Lumpur. Their data, published today in Current Biology, shows that mosquitoes carrying the wAlbB strain of Wolbachia, when released into the wild, had the effect of reducing the incidence of dengue cases by 40 per cent.

Previously, scientists including Professor Ary Hoffmann from the University of Melbourne, have carried out successful mosquito releases using a different strain of the Wolbachia bacteria, but while this strain was able to invade wild populations in some conditions, it did not appear to be suitable for use in the very hot conditions experienced in equatorial countries such as Malaysia.

Malaysia dengue update, Selangor urged to draft a long-term blueprint to combat dengue

Now, this international team of researchers from Melbourne, Glasgow and Malaysia has shown that the wAlbB strain of Wolbachia is stable and effective, even in daily peak temperatures of 36°Celsius and higher, as commonly experienced in areas of Malaysia where dengue is prevalent.

Professor Hoffmann, from Melbourne University’s Bio21 Institute, said the findings could make a difference to a number of countries who have dengue.

“This study provides us with a new Wolbachia strain for field release and highlights disease impact within a complex urban setting where dengue incidence rates are high,” he said. “The intervention succeeded despite ongoing pesticide applications and other challenges that can make it hard for the Wolbachia to become established. The approach holds promise not only in Malaysia but also in other countries.”


Read more...
Singapore reports dengue increase in past 5 weeks Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 22 พฤศจิกายน 2019

By NewsDesk November 22, 2019


Environmental officials in Singapore have reported a steady increase in dengue fever cases over the past five weeks.


Through Friday, 14,617 dengue cases have been report, including 20 deaths.

The adult Aedes aegypti mosquito population, determined by the Gravitraps deployed by the National Environment Agency (NEA), has increased by 32% in October, compared to in September. Notably, NEA has also observed a 55% increase in the rate of detection of Aedes aegypti larval habitats found in homes in October, compared to in September.

Taken together, these are indications that the number of dengue cases may continue to rise further. The increase in dengue cases observed at the end of the year has been noted before in previous years, particularly in 2013 and 2015; and on both occasions, Singapore entered the following year with an atypically high number of dengue cases.


Vaccitech provides update for its Phase 2 Universal Influenza studies Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 25 พฤศจิกายน 2019

By Biospectrum November 25, 2019


Vaccitech progresses clinical development of Universal Influenza A Vaccine (VTP-100) in Belgium and Australia and expects top-line data in early 2020 



Vaccitech Ltd, a clinical-stage T cell immunotherapy company developing products to treat and prevent cancer and infectious diseases, reports successful recruitment and vaccination for its Universal influenza A vaccine MVA-NP+M1 (VTP-100), across two Phase 2 clinical studies, FLU009 and FLU010. Final primary endpoint data from FLU010 is expected in early 2020. The Phase 2 studies are part of a dual development pathway for VTP-100 that will address both pandemic and seasonal influenza vaccine markets.

FLU010 is a randomised, double-blind, placebo controlled, influenza challenge study conducted in Antwerp, Belgium, and co-funded by BARDA for $8.6M. There have been 145 participants vaccinated, of which 108 were challenged with the A/Belgium/4217/2015 (H3N2) influenza virus. Another group is scheduled to be challenged by the end of year. FLU010, approved by the FDA and the Belgian Regulatory Authority, FAMHP, is designed to assess the protective capabilities of VTP-100 as a standalone influenza vaccine. The study is powered to evaluate potential correlations of vaccine-induced protection from influenza. Top-line data will read out in early 2020.

Vaccitech's wholly-owned subsidiary, Vaccitech Australia Limited Pty, also confirms that FLU009 is on track to collect a high number of influenza A positive samples from 2149 participants. The 2019 season of influenza in Australia has produced an especially high number of influenza cases and is one of the longest seasons on record. FLU009 is a single-blind, randomised, placebo-controlled Phase 2 field trial in Australia.


Read more...
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 15 of 5353