Home
Home
"ปอดอักเสบ" สาเหตุ อาการ และอันตรายต่อสุขภาพที่ควรรู้ Print
User Rating: / 0
News - News
เสาร์, 11 มกราคม 2020

สนุกรายงาน วันที่ 9 . 2563


จากสถานการณ์โรคระบาดที่สร้างความกังวลให้กับประชาชน เกี่ยวกับเรื่อง ปอดอักเสบ นั้น การไม่ตื่นตระหนกและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแพทย์ที่มีประสบการณ์ ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และโรคที่เกิดขึ้นได้ เพื่อเป็นการระมัดระวังและป้องกันอีกทางหนึ่ง

โรคปอดอักเสบ ทำให้กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำงานได้ไม่ดี ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจอึดอัด หายใจลำบาก มีระดับความรุนแรงตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นหากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรักษาตามขั้นตอน จะช่วยบรรเทาอาการให้หายได้ในเร็ววัน

สาเหตุของโรคปอดอักเสบ

.เกียรติคุณ นพ.สว่าง แสงหิรัญวัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคปอดอักเสบหรือโรคปอดบวม เป็นการอักเสบของเนื้อปอดและหลอดลม โดยเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลักคือ

  1. การติดเชื้อ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ เชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcus) เชื้อไวรัส ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสซาร์ส (SARS Virus) อื่น ได้แก่ เชื้อรา พยาธิ ฯลฯ

  2. การแพ้ภูมิตัวเอง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเอสแอลอี (SLE) หรือภูมิต้านทานต่ำ ทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกแฝด เด็กขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์นาน หรือ ในบางกรณีอาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หัด อีสุกอีใส ไอกรน เป็นต้น

  3. อื่น ได้แก่ สำลักเศษอาหารเข้าไปในปอด หายใจเอาควัน ฝุ่น เข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก 


อาการของโรคปอดอักเสบ

อาการของโรคปอดอักเสบที่ควรสังเกต คือ

  • ไอ

  • มีเสมหะ

  • มีไข้สูง

  • อาจตัวร้อนตลอดเวลา

  • หนาวสั่นมาก

  • หายใจลำบาก

  • หายใจหอบเร็ว

  • อาจเจ็บแปลบหน้าอกเวลาหายใจเข้า

  • อาจไอแรงร้าวไปที่หัวไหล่หรือสีข้าง
Read more...
ระวังโรคปอดอักเสบ ของแถมจากการเที่ยวต่างประเทศ Print
User Rating: / 0
News - News
ศุกร์, 10 มกราคม 2020

สปริงนิวส์ วันที่ 06 . 2563


กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์ของโรคปอดอักเสบทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างใกล้ชิด พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคปอดอักเสบอย่างเข้มข้นในทุกช่องทาง เข้า-ออก ประเทศ แนะหากพบมีไข้สูง ไอมีเสมหะ เหนื่อยหอบง่าย ควรรีบพบแพทย์ทันที

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวในประเทศจีน ว่าพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสจำนวน 44 รายจากเมืองอู่ฮั่น จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ทางการจีนได้ดำเนินการสอบสวนโรคและอยู่ระหว่างการตรวจหาสาเหตุ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุก่อโรค แต่พบว่าไม่ใช่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก อะดิโนไวรัส หรือโรคทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไป

กรมควบคุมโรค ได้มอบหมายให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทำการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยการคัดกรองผู้ที่เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้ามาในประเทศไทยที่มีอาการไข้และอาการที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจในซึ่งมีหลายสายการบิน และสนามบินที่เตรียมรับ ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต

สำหรับประเทศไทย ได้มีการประกาศให้โรคซาร์ส (SARS) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ .. 2558 ซึ่งต้องมีการรายงานผู้ป่วยที่สงสัย ทำการแยกกัก โดยมีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ และทีมสอบสวนโรคติดต่ออันตรายซึ่งมีในทุกจังหวัดและในส่วนกลางอีก 8 ทีม

โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) หรือโรคทางระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เดิมพบการติดเชื้อนี้ได้เฉพาะในสัตว์ที่มีขนาดเล็ก แต่ต่อมามีการกลายพันธุ์ เกิดการติดเชื้อในมนุษย์ขึ้น และแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงแรกผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือมีอาการติดเชื้อที่ปอดและทางเดินหายใจ เช่น ไอแห้ง หรือหายใจลำบากเป็นต้น

สถานการณ์ของโรคซาร์ส (SARS) ในประเทศไทย พบว่า ไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคซาร์สภายในประเทศ ยกเว้นเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกที่ป่วยด้วยโรคซาร์ส และเดินทางเข้ามารับการรักษาที่ประเทศไทย โดยไม่มีการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติมสำหรับประเทศจีน เคยมีโรคซาร์สระบาดเมื่อปี 2546 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 349 ราย


“ภูมิแพ้” สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา Print
User Rating: / 0
News - News
จันทร์, 13 มกราคม 2020

สนุกรายงาน วันที่ 12 . 2563


โรคภูมิแพ้” คือโรคที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีอาการไวผิดปกติต่อสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งโรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นโรคภูมิแพ้จึงสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคนี้แต่ละคนจะมีความแตกต่างและรุนแรงไม่เท่ากัน เนื่องจากชนิดของสารก่อภูมิแพ้ที่ได้รับ และการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล

โดย สารก่อภูมิแพ้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมและอากาศ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสร แมลงสาบ เชื้อรา ฯลฯ

  2. สารก่อภูมิแพ้ประเภทอาหาร เช่น นม ไข่ ถั่ว แป้งสาลี อาหารทะเล ฯลฯ

โรคภูมิแพ้มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ทางผิวหนัง ภูมิแพ้ทางตา ภูมิแพ้แบบรุนแรงอาจถึงช็อคได้ (เรียกว่าภาวะช็อคจากภูมิแพ้ชนิดภูมิแพ้ที่คนเป็นมากที่สุด นั่นก็คือ ภูมิแพ้ทางจมูก ซึ่งพบในคนไทยวัยผู้ใหญ่เพียง 20% แต่พบในวัยเด็กถึง 40% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากกว่า 5 ปีก่อนราว 1 เท่าตัว ดังนั้นหากประมาณจากประชากรไทยทั้งประเทศ เชื่อว่ามีคนไทยกว่า 10 ล้านคน ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก

สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้

  • กรรมพันธุ์

  • การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

  • ไม่ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเกิดการติดเชื้อได้ง่าย

  • รับประทานอาหารจานด่วนมากขึ้น ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

  • มลภาวะจากอุตสาหกรรม การจราจร และการสูบบุหรี่

  • การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้าน การตกแต่งบ้านด้วยการปูพรม ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละออง และการติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้เชื้อไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดี



วิธีการป้องกันจากโรคภูมิแพ้

  • ควรนำเครื่องนอนออกไปโดนแสงแดดทุก 15 วัน

  • เปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง

  • ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศแอร์ ใบพัดลม และพรมทุกสัปดาห์ เพราะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและไรฝุ่น

  • กรณีแพ้ขนสุนัขหรือขนแมว ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส ไม่เลี้ยงสุนัขหรือแมวไว้ในบ้าน

  • ทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาด ไม่อับชื้น ปราศจากเศษอาหาร

  • หลีกเลี่ยงและอยู่ห่างไกลจากฝุ่นละออง ควันรถยนต์ ควันก๊าซจากโรงงาน ควันบุหรี่

  • ระวังอาหารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น กุ้ง ปู หอยทะเลต่าง

  • หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ลดอาการภูมิแพ้ ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย ,สสส.


"ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ" ในเด็ก เรื่องไม่เล็กที่พบได้บ่อย Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 07 มกราคม 2020

สนุกรายงาน วันที่ 5 ม.ค 2563

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจจัดว่าพบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มโรคภูมิแพ้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเด็กหรือผู้ใหญ่ จึงเป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่สังคมมีความเป็นเมืองมากขึ้นมีปัญหามลภาวะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ปัญหาของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นมากในปัจจุบันทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจในเด็กเกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่ เช่นเดียวกับโรคภูมิแพ้อื่น คือ

  1. กรรมพันธุ์ เป็นปัจจัยสิ่งที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด หากคุณพ่อหรือคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจหรือโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ลูกก็จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจมากกว่าเด็กปกติที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้

  2. สิ่งแวดล้อม อยู่รอบตัวเด็กทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ สุนัข แมว ละอองเกสร หรือสารก่อภูมิแพ้ซึ่งเป็นอาหาร เช่น นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง แป้งสาลี อาหารทะเล หรือสารระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป มลภาวะต่าง และการติดเชื้อในระบบทางดินหายใจเช่น อาร์เอสวี rhinovirus ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งแวดล้อมอันจะเป็นสาเหตุร่วมกันในการเกิดโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจในเด็กได้

โดยโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจในเด็กที่พบบ่อยได้แก่โรคหืดและโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นโรคภูมิแพ้ที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเตาะแตะ คืออายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยจึงมักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยอนุบาลนั่นเอง

โรคนี้เป็นโรคภูมิแพ้ที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ จมูก ผู้ป่วยจะมีอาการ ได้แก่ คันจมูก จาม คัดจมูก น้ำมูกไหลและอาจมีอาการร่วมของอวัยวะอื่น ที่ไม่ใช่จมูกแต่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น คันตา คันในคอ หูอื้อ ร่วมด้วยได้ และใสส่วนโรคหืด เป็นโรคภูมิแพ้ที่พบได้ตั้งแต่เด็กวัยทารก ผู้ป่วยจะมีปัญหาของระบบทางเดินหายใจส่วนล่างคือ หลอดลม มีอาการได้แก่ หายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก ไอเรื้อรังช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน เหนื่อยง่ายขณะออกกำลังกายซึ่งเกิดจากการที่มีหลอดลมตีบ


Read more...
พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมืองอู่ฮั่น รายแรกในไทย! Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 14 มกราคม 2020

ข่าวสดรายงาน วันที่ 13 มค. 2563

จากกรณีที่มีรายงานข่าวการระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและควบคุมโรค ตามระบบมาตรฐานที่ใช้สาหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่

เมื่อวันที่ 13 .. นายอนุทิน ชาญวีรกุล รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการคัดกรองผู้โดยสารของสายการบินที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ท่าอากาศยาน 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 3-12 มกราคม 2563 รวมจำนวน 58 เที่ยวบิน ผู้โดยสารและลูกเรือได้รับการคัดกรอง ทั้งสิ้น 9,122 ราย พบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าเกณฑ์การสอบสวน จำนวน 8 ราย

มีผู้ป่วยไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน อีก 3 ราย (จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และกรุงเทพมหานคร) และที่สถาบันบำราศนราดูร 1 ราย รวมผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การสอบสวน (Patient under investigation) รวม 12 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่อยู่ระหว่างการติดตาม จำนวน 40 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และหายแล้ว ได้อนุญาตให้กลับบ้านแล้วจำนวน 8 ราย


Read more...
China pneumonia outbreak: Mystery virus probed in Wuhan Print
User Rating: / 0
News - News
เสาร์, 04 มกราคม 2020

BBC NEWS Reported on 3 January 2020

Chinese authorities have launched an investigation into a mysterious viral pneumonia which has infected dozens of people in the central city of Wuhan.

A total of 44 cases have been confirmed so far, 11 of which are considered "severe", officials said on Friday.

The outbreak has prompted Singapore and Hong Kong to bring in screening processes for travellers from the city.

It comes amid online fears the virus could be linked to Sars, or severe acute respiratory syndrome.

The potentially deadly, flu-like Sars virus killed more than 700 people around the world in 2002-03, after originating in China.

There has been speculation on social media about a possible connection to the highly contagious disease.

Wuhan police said eight people had been punished for "publishing or forwarding false information on the internet without verification".


The Wuhan health commission said on Friday it was investigating the cause of the outbreak.

In a statement on its website, it said it had already ruled out a number of infection sources - including influenza, avian influenza and common respiratory diseases - but did not mention Sars.



There has also been no human-to-human transmission, the statement added. However, a number of those infected worked at a seafood market in the city, leading authorities to clean the area.

A spokesman for the World Health Organization (WHO) said it was aware of the outbreak and was in contact with the Chinese government.

"There are many potential causes of viral pneumonia, many of which are more common than severe acute respiratory syndrome coronovirus," the spokesman added. "WHO is closely monitoring this event and will share more details as we have them. "


“วิตามิน” บางชนิดทานขณะทำ “คีโม”เสี่ยงเสียชีวิต Print
User Rating: / 0
News - News
พุธ, 01 มกราคม 2020

VOA รายงาน วันที่ 31 .. 2562


จากการศึกษาล่าสุดชี้ว่า ผู้ป่วยมะเร็งทรวงอกที่ทานสารเสริมอาหารระหว่างการรักษาด้วยวิธีคีโม หรือเคมีบำบัด อาจเพิ่มความเสี่ยงที่เซลล์มะเร็งจะย้อนกลับมาและนำไปสู่การเสียชีวิต


สำนักข่าว Reuters อ้างอิงรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Clinical Oncology ระบุการรับประทานสารเสริมอาหารจำพวกต้านอนุมูลอิสระ เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี12 และกรดไขมันโอเมก้า 3 สารเหล่านี้อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของการทำคีโมในผู้ป่วยมะเร็งลดลง

Christine Ambrosone ประธานการควบคุมและป้องกันโรคมะเร็งจากศูนย์ Roswell Park Comprehensive Cancer Center จากเมืองบัฟฟาโล่ รัฐนิวยอร์ก กล่าวว่าจากการศึกษานี้ รวมถึงหลายงานวิจัย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทานวิตามินเสริมในระหว่างการทำเคมีบำบัดสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งทรวงอก

เธออธิบายเพิ่มว่าสารต้านอนุมูลอิสระอาจจะไปเป็นอุปสรรคในการฆ่าเซลล์มะเร็งกระบวนการทำคีโมก็คือการสร้างภาวะออกซิเดนที่มากเกินปกติ หรือ “oxidative stress” ถ้ารับสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไป ก็จะทำให้เคมีบำบัดมีประสิทธิภาพที่ลดลง” Ambrosone ยังระบุว่าแม้จะไม่มีข้อมูลที่ยืนยันหนักแน่น แต่ในหลายปีที่ผ่านมาแพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสารอาหารจำพวกต้านอนุมูลอิสระขณะทำคีโม


Read more...
การติดเชื้อ Superbug ในสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นในขณะที่อัตราการเสียชีวิตลดลง Print
User Rating: / 0
News - News
อังคาร, 31 ธันวาคม 2019

VOA รายงาน วันที่ 30 .. 2562


“Superbug” หรือเชื้อโรคที่ดื้อยาเรียกได้ว่าเป็นภัยคุกคามสุขภาพสาธารณะชน จนอาจทำให้ความก้าวหน้าทางการแพทย์ถดถอยลงไปหนึ่งศตวรรษ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายๆ คนเตือนว่าการติดเชื้อดังกล่าวอาจทำให้เชื้อโรคบางชนิดไม่สามารถรักษาให้หายได้




เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวที่น่าประหลาดใจว่า อัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ Superbug ในสหรัฐฯ ดูเหมือนจะลดน้อยลง กล่าวคือในปีพ.. 2560 มีชาวอเมริกันราว 36,000 คนเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยา ในขณะที่ปี .. 2556 มีอัตราการเสียชีวิตด้วยสาเหตุเดียวกันนี้ราว 44,000 คน ข้อมูลดังกล่าวมาจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC (U.S. Centers for Disease Control and Prevention)

รายงานของ CDC เมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่าอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงนั้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความพยายามครั้งสำคัญของบรรดาโรงพยาบาลต่างๆ ในการควบคุมการแพร่กระจายการติดเชื้อที่เป็นอันตรายอย่างมากชนิดนี้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโรคดื้อยา จะลดน้อยลง แต่อัตราการติดเชื้อชนิดที่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตกลับเพิ่มขึ้นทั่วประเทศจาก 2.6 ล้านคนในปีพ.. 2556 เป็น 2.8 ล้านคนในปีพ.. 2560 เนื่องจากมีการพัฒนาของเชื้อโรคที่ก่อปัญหาตัวใหม่ขึ้น และการติดเชื้อ Superbugs ก็มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนอกโรงพยาบาล

Bradley Frazee แพทย์ห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลแคลิฟอร์เนีย ยกตัวอย่างการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ที่สามารถรักษาได้อย่างง่ายดายด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไปตามคลีนิคแพทย์ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่จะเห็นว่ามีผู้หญิงสุขภาพดีที่อายุยังน้อยติดเชื้อดังกล่าวจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากที่การรักษาที่คลีนิคแพทย์ไม่ได้ผล

เขากล่าวอีกว่า แพทย์ไม่เคยมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องเชื้อโรคที่ดื้อยาปฏิชีวนะมาก่อนเลย แต่เมื่อปีที่แล้วเขาได้เป็นหัวหน้าในการเขียนรายงานซึ่งระบุว่า มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ดื้อยามากกว่า 1,000 รายที่โรงพยาบาลไฮแลนด์ ในเมืองโอ๊คแลนด์


Read more...
สุขภาพหรรษา : เหล้าขาวระบาดและหนทางอยู่รอด ตอน 1 Print
User Rating: / 0
Articles - Articles
จันทร์, 30 ธันวาคม 2019

ไทยรัฐออนไลน์ รายงาน วันที่ 29 .. 2562


จากหมอเด็กคนหนึ่ง พูดแทนเพื่อนๆ เป็นเรื่องที่ต่อมาจากบทความสาธารณะไม่สุข เรื่องความทุกข์กาย ทุกข์ใจของหมอ เรื่องคอขาดเลยครับ ถ้าระบบสาธารณสุขไม่ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย

หมอทำงานในระบบสาธารณสุขไทยมาได้เกือบครึ่งปี อยากไปเชี่ยวชาญทางด้านสมอง จึงมีเป้าหมายชัดเจน แต่ในระยะยาวการจะทำงานต่อไปได้โดยไม่ว่อกแว่ก จำต้องมีความอยากรู้อยากเห็น ไม่งั้นก็จะเบื่อ หมดไฟ หมอเองคิดอยู่ตลอดว่าต้องมีความเข้าใจในคนไข้ เรียกว่าเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความสงสาร เพราะความจริงก็คือคนไข้มาเจอก็จำไม่ได้เท่าไหร่หรอกว่าหมอพูดอะไร แต่จะจำได้ว่ารู้สึกอย่างไรเวลามาเจอหมอคนนี้ แต่ที่พูดมานี่จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีเวลาให้คนไข้แต่ละคนมากพอและหมอพักผ่อนมากพอเท่านั้น

แรกๆ เริ่มต้นชีวิตหมอเวลาหยุดจะน้อยนิด แค่ได้กลับบ้านไปฉลองโอกาสพิเศษถือว่าดีแล้ว ถ้าอยากมีแฟนก็มองไปรอบๆ เพราะสังคมนอกโรงพยาบาลนั้นแทบไม่มี เตรียมใจมาแล้วเรื่องแค่นี้ ทุกคนคิดว่าอยู่โรงพยาบาลก็มีแต่คนเคารพ เงินก็ดี คิดผิดมาก คนเคารพนั้นน้อยนิด โดยเฉพาะเป็นหมอจบใหม่


นอกจากจะยังต้องตรวจคนไข้เยอะแยะ ต้องใช้เวลาส่วนตัวมานั่งสรุปการรักษาเวลาคนไข้ออกจากโรงพยาบาล แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือเพิ่ม โลกที่กว้างขึ้น


หมอเองก็เป็นคน ก็อยากกลับไปเจอหน้าพ่อ แม่ เจอเพื่อนเก่า หรือหาแฟนซักคน ไม่ก็อยากทำอย่างอื่นไปด้วย เช่น งานอดิเรกที่ตัวเองรักอย่างเปิดร้านกาแฟเล็กๆ หรือไปออกกำลังกาย


Read more...
<< Start < Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Results 1 - 15 of 5383